สุกรี's profileนกเดินทาง : การเดินทางขอ...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
July 15 ความคิดเดินทางระหว่างบรรทัดด้วยพระนามของอัลเลาะห์ ผู้ทรงเมตตากรุณาปราณีเสมอ
หลายวันก่อน ว่าง ๆ ไม่มีไรทำ เลยหยิบหนังสือมาเปิดอ่าน เปิดไปหน้าหนึ่ง ตัวอักษรสื่อความมาว่า สติปัญญาไม่ใช่สมอง และสมองไม่ใช่สติปัญญา ความคิดเริ่มเดินทาง หน้าต่อมาอักษรสื่อความว่า สติปัญญานี้แหละที่แบ่งแยกระหว่างมนุษย์กับสิ่งถูกสร้างอื่น ๆ ขยับสายตามาที่บรรทัดถัดมาสื่อความว่า ศาสนานั้นสำหรับบุคคลที่มีสติปัญญา ไล่สายตาแต่ละบรรทัด ความคิดยังเดินทางต่อไป ย่อหน้าถัดมาสื่อความว่า แท้จริงในการสร้างชั้นฟ้าต่าง ๆ แผ่นดิน และการสับเปลี่ยนของเวลากลางคืนและกลางวันนั้นมีสัญลักษณ์แก่ผู้ที่ใช้สติปัญญา (อาลิ อิมรอน 109 ) หยิบหนังสือมาอีกเล่ม เปิดไปที่หน้ากลาง บรรทัดหนึ่งเขียนไว้ว่า ท่านทั้งหลายอย่าเป็นผู้รู้ที่ทรนงตน ความรู้ของท่านนั้นย่อมไม่เพียงพอกับความโง่เขลาของท่าน ท้องฟ้าเริ่มมืดแล้ว หยิบหนังสืออีกเล่มที่ไม่ได้เปิดอ่านมานาน เปิดไปที่หน้าหกร้อยกว่า ๆ ข้อความหนึ่งวิ่งเข้าหาความคิดที่กำลังเดินทาง ทำให้มันยิ่งต้องเดินทางต่อไป ข้อความบรรทัดนั้นสื่อความว่า Invite (all) to the Way of thy Lord with wisdom And beautiful preaching And argue with them In way that are best And most gracious (16: 125) และแล้ววันว่างที่ไม่มีไรทำ ความคิดก็ออกเดินทางอีกครั้ง November 24 สะพายย่ามเดินทาง
สะพายย่ามเดินทาง
กริ่ง กริ่ง กริ่ง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
เสียงนาฬิกาปลุก บนหัวเตียง ส่งเสียงปลุกเจ้าของมา 5 นาทีแล้ว มือดำหยาบกระด้างยื่นมาที่เสียงนั้น พร้อมกดปุ่ม บนวัตถุที่ส่งเสียง
เจ้าของนาฬิกาปลุกยกหัวอันหนักอึ้งเพราะความงัวเงีย มองที่หัวเตียง สิ่งนั้น มันบอกว่า ตอนนี้ ตี 5 กว่าแล้ว เขายกตัวขึ้นจากเตียงฟูกนอนที่นุ่ม ชวนให้หลับต่อมากกว่า ตื่นมาทำอะไรบางอย่าง
“ตื่น ตื่น ตื่น” เขาเตือนสติตัวเอง
สองเท้าก้าวเดิน เปิดประตู เลี้ยวขวา เข้าไปทำธุระส่วนตัวเรียบร้อย กลับเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าที่สดชื่น หลังจัดแจงกับตัวเองเรียบร้อยแล้ว “สองเท้าขนานกัน หันหน้าไปยังทิศทางเดิม จิตใจมุ่งสู่พระองค์ ร่างกายเขาเคลื่อนไหว เปล่งวาจา นมัสการต่อเอกองค์ผู้ทรงรอบรู้ (แท้จริงอัลเลาะฮ์ทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วน 31/34)”
“ผมชนะซาตานที่คอยหลอกล่อผมอีกครั้งแล้ว ตอนนี้มันคงโกรธผมมากเลย” เขานึกในใจหลังจากปิดหนังสือเล่มนั้นที่เขาเคยอ่านอยู่เสมอ สมัยเด็กพ่อของเขาย้ำเสมอว่าให้อ่าน และศึกษามันอย่าทิ้งเป็นอันขาด ทุกวันนี้เขายังคงปฏิบัติอย่างที่พ่อเคยบอกไว้ แม้บางครั้งอาจไม่ได้ทำบ้าง ด้วยภารกิจที่มากมาย
นาฬิกาที่ผนังห้องบอกเวลา 8 โมงเช้าแล้ว วันนี้เขาตั้งใจจะไปหาเพื่อนที่มหา”ลัยริมแม่น้ำ หยิบย่ามใบขาวขนาดพอเหมาะ ด้านหนึ่งของย่ามสกรีนคำว่า MALSI พร้อมกับหนังสือ สี่ ห้าเล่ม หยัดใส่ในย่ามนั้น สองเท้าก้าวเดินไปที่ป้ายรอรถเมล์ เขาเห็นมีคนนั่งอยู่สอง สาม คนแล้ว เขามองหาที่นั่งว่างสักที่หนึ่ง ด้านหนึ่งของป้ายรถเมล์เขามองเห็นชายชรา ดูเหมือนว่าจะไม่มีขาข้างหนึ่ง เสื้อผ้าขาดวิ่นพลิ้วตามแรงลม ตั้งแต่เขามาอยู่ในเมืองหลวงเมื่อสามปีที่แล้ว
คราใดที่เดินข้ามสะพานลอยในเมืองเขามักเห็นคนอย่างชายชรานั้นนั่งอยู่บนสะพานลอย ในมือมีแก้วพลาสติกเก่าๆ กับเหรียญบาทสองสามเหรียญ บ้างก็เป็นหญิงชราที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง บางครั้งก็เห็นหญิงวัยกลางคน พร้อมเด็กน้อยนอนบนตัก ใส่เสื้อเก่าขาดวิ่น ตรงหน้ามีกระดาษหนังสือพิมพ์พับสี่เหลี่ยมวางอยู่ ถัดจากกระดาษสีเหลี่ยมมีขันใบเล็ก ๆ สีเครอะวางอยู่ ในนั้นมีใบยี่สิบกับเหรียญห้าบาทวางอยู่ สองมือกับประกบกันยกขึ้นเหนือหัว ก้มลงบนกระดาษสี่เหลี่ยมตรงหน้า หญิงวัยกลางคนจะทำเช่นนี้เสมอเมื่อมีคนเดินผ่าน พร้อมกับกล่าวอะไรบางอย่างเพื่อขอความเมตตาจากคนที่ใช้สะพานเป็นทางผ่าน และในบางครั้งเขาก็เห็นเป็นเด็กน้อยน่าสงสาร นัยน์ตาผิดหวัง ถือแก้วพร้อมเรียกความสงสารจากคนผ่านไปมา นี่คือสิ่งปกติที่เขาเห็นตั้งแต่เข้ามาอยู่ในเมืองหลวง และเห็นเป็นประจำโดยเพาะในบริเวณที่มีคนพลุกพล่าน เสียงแตรบนถนนที่คลาคล่ำไปด้วยพาหนะ สี่ล้อ สองล้อที่โฉบเฉี่ยวไปตามช่องว่างของรถยนต์ ทำให้เขาตื่นจากการครุ่นคิดภาพที่เคยเห็นติดตา รถเมล์ที่เขาใช้เป็นพาหนะไปยังที่ที่ต้องการมาแล้ว มันจอดห่างเลยป้ายที่เขารออยู่สิบเมตร เขาก้าวถี่เร็ว คนอื่นที่นั่งรอมาก็เช่นเดียวกัน ต่างก้าวเท้าเร็วกว่าปกติ เพื่อให้ทันรถเมล์ที่ดูเหมือนว่าจะรีบเสมอ เขาก้าวเท้าขึ้นไปบนเครื่องยนต์เก่าคร่ำครึนั่น เบียดตัวก้าวไปท้ายรถ พยายามหาที่นั่ง มีที่ว่างข้างหลังที่หนึ่ง ข้างๆ มีชายวัยกลางคนเครายาวดำสนิทนั่งอยู่ เขามองไปยังที่ว่างนั้นก้าวเท้าพาตัวเองไปหย่อนกายนั่งลง พร้อมกล่าวกับชายกลางคนนั้น เขานั่งมองความเคลื่อนไหวบนถนน
ข่าวในจอทีวีสี่เหลี่ยมที่เขาดูเมื่อคืนรัฐบาลประกาศนโยบายขจัดความยากจน ถ้าเขาจำไม่ผิด นโยบายลักษณะเดียวกันนี้เคยได้ยินมาแล้วสมัยที่เขาเรียนประถมปลาย อาจารย์ที่โรงเรียนเคยเล่าให้ฟัง วันนี้นโยบายนั้นก็ยังอยู่ สงสัยความจนยังไม่จากไปมั่ง
รัฐบาลบอกว่าต้องเร่งพัฒนาเศรษฐกิจให้เจริญก้าวหน้า เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน หลักการนี้เขานั่งฟังอาจารย์บรรยายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ความรู้สมัยใหม่บอกว่าระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพในการกระจายทรัพยากร(ความมั่งคั่ง) และย้ำว่าอย่างเป็นธรรมและทั่วถึงด้วย ทำให้มีความเป็นอยู่ที่ดี การแสวงหากำไรสูงสุดคือสิ่งที่ชอบธรรมและเป็นเป้าหมายของการผลิต
แนวคิดสมัยใหม่ที่พยายามแสวงหาวิธีการกระจายรายได้เพื่อผลประโยชน์สูงสุด ซึ่งเกิดแนวคิดต่างๆมากมาย แต่ยังไม่เจอหนทางที่ดีและยุติธรรมมากที่สุด เพราะชายชรา หญิงวัยกลางคน เด็กน้อยเหล่านั้นปรากฏทั่วไปในเมืองหลวง สังคมปัจจุบันเชื่อว่า ความอยู่ดีกินดี คือเป้าหมายสูงสุดในการพัฒนาสังคม ย่อมหมายความว่า ต้องทำให้เกิดการผลิตอย่างเต็มที่ ชักชวนการบริโภคอย่างมากมาย(นายทุน พ่อค้าจะได้ขายของได้) โดยมิได้กล่าวถึงอีกด้านหนึ่งของชีวิตมนุษย์ที่ดำรงอยู่ในสังคมนั่นคือจิตใจ กล่าวอีกอย่างคือ การพัฒนาด้านวัตถุมาก่อนทางจิตใจ
ความคิดแบบลัทธิคอมมิวนิสต์มากซิสต์ไม่ยอมรับศาสนาอย่างสิ้นเชิง กล่าวคือ ศาสนาเป็นเพียงเครื่องมือที่ชนชั้นนำกุประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้ควบคุม ปกครอง คนในสังคม เป็นยาเสพติด ส่วนความคิดแบบสังคมนิยมและทุนนิยมยอมรับในศาสนาและไม่บังคับในเรื่องศาสนา แต่มีเงื่อนไขว่า ศาสนาต้องแยกอย่างเด็ดขาดกับเรื่องของการเมือง เศรษฐกิจ(Secularism) สำหรับอิสลามแล้วแนวคิดสุดโต่งดังกล่าวนำมาซึ่งความล้มเหลวของสังคม ทั้งสองแบบหนึ่งเน้นวัตถุนิยมเต็มที่ แต่ละเลยซึ่งคุณค่าทางศีลธรรมและจิตใจ
สำหรับอิสลามแล้วคือความสมดุลของวัตถุละจิตวิญญาณบนพื้นฐานของ “เอกภาพของพระผู้เป็นเจ้า”
ชายชรากับเสื้อที่ขาดวิ่น หญิงวัยกลางคนพร้อมลูกน้อยบนตัก อีกทั้งเด็กในวัยควรที่จะได้เรียนหนังสือ ถือแก้วพลาสติกในมือ ภาพเหล่านี้ยังคงติดตาเขาเสมอ “ไม่รู้สินะ” ทำไมมันตรงข้ามกับสิ่งที่เขาเรียนมาเลย สิ่งที่เขาเห็นมันฟ้องว่าการแก้ปัญหามันล้มเหลว แต่ดูเหมือนว่าโลกของเราทุกวันนี้กำลังเดินไปตามแนวคิดดังกล่าว
เขาละสายตาจากภาพเบื้องหน้า หยิบหนังสือที่ติดมาด้วยเปิดอ่าน “ศาสตราจารย์ Laski ผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองของอังกฤษได้กล่าวว่า หากจะวิเคราะห์กันแล้วระบบการผลิตแบบทุนนิยมในปัจจุบันมีข้อเสียทุกแง่ทุกมุม… ระบบการผลิตแบบนี้ทำให้สังคมส่วนหนึ่งเกาะกินสังคมอีกส่วนหนึ่ง และมันจะทำลายโอกาสที่จำทำให้มนุษย์ได้มีชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย”[1]
“ค่าโดยสารด้วยคับ ค่าโดยสารคับ“เสียงชายวัยกลางคนดังมาจากตรงช่วงกลางของรถ พร้อมกับเบียดตัวผ่านช่องว่างระหว่างคน ในมือมีวัตถุทรงกระบอก
เขาละสายตาจากตัวอักษรบนกระดาษปิด หยิบเหรียญ 10 บาท ในกระเป๋าเสื้อ เตรียมจ่ายให้เจ้าของเสียงนั้น
รถเมล์วิ่งได้มาครึ่งทางแล้ว ผู้คนเริ่มบางตาลง เขามองไปยังด้านหน้าของรถ เห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่งนั่งด้วยกัน เขาเห็นสองคนนี้มาตั้งแต่ป้ายรถเมล์ที่สองถัดจากที่เขาขึ้นแล้ว ศีรษะของหญิงสาวซบที่ไหล่ของชายหนุ่ม ที่หูของทั้งสองคนมีหูฟังสีขาว เขาละสายตาจากสิ่งดังกล่าว “ปัญหาที่สำคัญยิ่งในปัจจุบันของสังคมในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างหญิงสาวและชายหนุ่มนั้นอยู่ตรงไหน ? มันส่งผลต่อปัญหาสังคมไหม ?” เขานึกในใจ
รถเมล์วิ่งมาถึงถนนสายสำคัญแห่งหนึ่งในเมืองหลวง รถราที่น่าจะวิ่งได้เร็ว กลับช้าเหมือนเต่าคลาน แสงแดด ก่อนเที่ยงวันเริ่มแผดกล้ามากขึ้น ตำรวจจราจรยืนยกมือซ้ายขวาทำหน้าที่อยู่ตรงสี่กลางแยก ควันดำจากรถเมล์อีกคัน ข้างๆทำให้เขาต้องเอามือปิดจมูก เขามองออกไปยังนอกตัวรถทางขวามือ เห็นสิ่งก่อสร้างอะไรบางอย่างตั้งตระง่านอยู่กลางถนน รอบๆมีไม้ประดับสวยงาม ตรงกลางมีพานวางอยู่บนฐานสูง ล้อมด้วยเสาคล้ายปีกนก สี่ต้น รุ่นพี่ที่มหา’ลัยเคยบอกเขาว่า สิ่งนี้มันเป็นสัญลักษณ์ของการปกครองระบอบประชาธิปไตยของเมืองขวานทองนี้ “อืม ดูยิ่งใหญ่นะ” เขานึกใจ
ดูเหมือนว่าระบบโลกในปัจจุบันกำลังขับเคลื่อนเดินทางไปยังจุดหมายที่เรียกว่าประชาธิปไตยกันมากมาย ต่างคิดกันว่านี่คือระบอบที่ดีแล้วในขณะนี้ ประเทศอันธพาลอ้างประชาธิปไตยอยู่เสมอในการเข้าไปปล้นทรัพยากรของประเทศอื่น
เขาละสายตาจากวัตถุสัญลักษณ์ดังกล่าว หยิบหนังสือที่ติดตัวมาเปิดอ่าน ฆ่าเวลา ไม่อยากเอาสายตาไปมองสิ่งที่ไม่อยากมองเบื้องหน้า เสียงยวดยานยังคงดังแข่งกันไม่หยุด การเดินทางของผู้คนริมถนน ต่างรีบ ต่างเร่ง ดูเหมือนต่างคน ต่างมีเป้าหมายเบื้องหน้าบางอย่าง บางคนกลับเดินเชื่องช้า สองมือล้วงกระเป้า เชิดหน้ามองสูง บนม้านั่งมีบางคนกางและจ้องมองกระดาษสี่เหลี่ยมที่มีตัวอักษรมากมาย บ้างก็นั่งไขว้ห้างมองคนอื่นเดินทางไปมา
เขาพลิกอ่านกระดาษไปเรื่อยๆ
ความเป็นประชาธิปไตยในอิสลามนั้นมีพื้นฐานมาจาก อำนาอธิปไตยที่มาจากพระผู้เป็นเจ้า มิใช่จากปวงชนหรือเสียงส่วนใหญ่ หรือการทำสัญญาร่วมกัน ปัจเจกชนในสังคมอิสลามมีสิทธิเท่าเทียมในการมีกันทางการเมืองโดยมีตัวแทน(คอลีฟะฮ์) เป็นผู้นำในทางการเมืองภายใต้อธิปไตยแห่งพระผู้เป็นเจ้า รัฐบาลปกครองปวงชนโดยยึดหลักกฎที่มาจากพระผู้เป็นเจ้า ในขณะที่รัฐบาลแบบโลกานิยมจะยึดความพึงพอใจภายใต้ปวงชนข้างมาก สิ่งที่ตามมาคือ ความไม่เท่าเทียมเพราะกฎที่สร้างขึ้นเอง ความเหลื่อมล้ำระหว่างชั้น เสียงของอีกกลุ่มหนึ่งอาจจะเบา หรือ ดังกว่าของอีกกลุ่มหนึ่ง
ความรับผิดชอบในการบริหารจัดการบ้านเมืองของรัฐบาลในแบบรัฐอิสลามอยู่ในความรับผิดชอบของ amir (leader) เปรียบได้กับประธานาธิบดีหรือนายกรัฐมนตรีในรูปแบบการปกครองของตะวันตก นอกจากมี amir แล้วยังมีสภาที่ปรึกษา(advisory council) ซึ่งถูกเลือกมาจากปวงชนเพื่อทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ ให้คำแนะนำแก่ amir ในส่วนของประชาชนมีสิทธิในการวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำรัฐบาลและคณะได้เต็มที่ อีกทั้งการแสดงออกทางความคิดเห็นในเรื่องสาธารณะต้องมิได้ถูกจำกัดภายใต้กฎหมายและคุณธรรมจริยธรรม
รถเมล์วิ่งมาถึงปลายทางที่ของต้องการแล้ว สองเท้าพาเขาก้าวลงจากรถ พร้อมกับคนอื่นสีห้าคนที่ลงมาพร้อมเขา เด็กหญิงมีพ่ออุ้มลงจากรถพร้อมแม่เดินตามหลัง สามพ่อแม่ลูกมองซ้ายขวา เดินข้ามถนนไปยังฝ่ายตรงข้ามที่ต้นมะขามปลูกเรียงรายรอบสนาม เขายื่นมองสามชีวิต พลันก็คิดถึงคนที่บ้านที่เขาจากมา ปานนี้ท่านทำอะไรอยู่หนอ เขาไม่ได้โทรหาที่บ้านบ่อยหนัก ก็เขาไม่มีมือถือ ต้องโทรตามตู้สาธารณะ เขาเดินข้ามถนนไปยังฝั่งสนามเพื่อเดินข้ามสนามไปยังอีกฝั่งอันเป็นจุดหมายที่เขาต้องการไปในวันนี้ เมื่อเดินถึงกลางสนามที่มีต้นมะขามปลูกเรียงรายรอบสนามใหญ่ ทางซ้ายมือของเขา มีสิ่งปลูกสร้าง มองเห็นหลังคา เจดีย์ สะท้อนแสงระยิบระยับ
“นี่สินะ สัญลักษณ์ของผู้ปฏิเสธศรัทธา ทำไมหนอ บางคนจึงมองไม่เห็นความยิ่งใหญ่ สิ่งต่างๆ มากมายทั้งจักรวาล เหตุใดไม่พิจารณามัน” เขานึกในใจ
“มีสัญลักษณ์มากมายในชั้นฟ้าและแผ่นดินที่พวกเขาผ่านพบ โดยพวกเขาเมินหนี (ยูซุฟ 105)”
การมีชีวิตของเราเป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่ได้รับจากพระผู้เป็นเจ้า อีกทั้งพระองค์ยังมอบสติปัญญาเพื่อการใคร่ครวญในความยิ่งใหญ่ของพระองค์ นอกจากนี้แล้วพระองค์ยังมอบ ย่าม ให้เราใช้เป็นสัมพาระในการเดินทาง ย่ามใบนี้มีทุกอย่างให้เราเลือกสรรนำมาใช้ในการเดินทาง ตั้งแต่เริ่มมีชีวิตเกิดมา จนกระทั่งหมดลมหายใจ ย่ามใบนี้สามารถสร้างสันติภาพแก่สังคมมนุษย์ที่ถาวรและมั่นคง ย่าม MALSI
“คอลิด รอเรานานไหม ต้องขอโทษด้วยพอดีรถมันติดมากเลย” “ไม่เป็นไรหรอก เราก็นั่งอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ” “หนังสืออะไรเหรอ” “ตอนนี้เราหิวแล้ว เราไปหาอะไรกินแถวตลาดริมน้ำกันดีกว่า มีข้าวหมกอร่อยร้านหนึ่ง”
ทั้งสองเดินลัดเลาะไปตามทางหลังมหา’ลัยริมน้ำ ท่ามกลางผู้คนที่เดินขวักไขว่
สะพายย่ามเดินทางโดย ดินสอสีดำกับยางลบสีขาว
[1] เอ็ม อับดุลมันนาน,เศรษฐศาสตร์อิสลาม,แปลโดย บรรจง บินกาซัน,(กรุงเทพฯ:อิสลามิคอะเคเดมี่,2550),หน้า 20 September 15 มุมมองใหม่มุมมองด้านใหม่ ความเข้าใจต่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน
บรรยากาศยามเย็นในดินแดนโดมรั้วเหลืองแดง ดินแดนแห่งเสรีภาพทุกตารางนิ้ว พันธุ์ไม้เขียวขจีถูกปลูกไว้ริมถนนสวยงาม นกน้อยพี่น้องสองตัวกำลังยืนเกาะกิ่งไม้หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการบินเล่นทั่วดินแดนเหลืองแดงแห่งนี้ สองนกน้อยพี่น้องเกิดและเติบโตที่นี่ แม่นกเล่าให้ฟังว่าพ่อนกและแม่นอพยพย้ายมาจากต้นไม้ในป่าคอนกรีตบริเวณข้างสนามหญ้ากว้างใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาซึ้งถูกขนานนามว่า ท่าพระจันทร์ แม่นกให้เหตุผลที่ย้ายมาอยู่ ณ ดินแดนใหม่แห่งนี้ก็เพราะว่ามลพิษทางเสียงและอากาศที่ไม่เอื้อให้เผ่าพันธุ์นกอย่างเราอาศัยอยู่อย่างมีความสุขได้หรืออีกเหตุผลหนึ่งคือเป็นไปได้ไหมว่าเราถูกขับไล่ให้มาสถิต ณ ดินแดนแห่งนี้ด้วยเหตุผลในเรื่องของพื้นที่ที่จะใช้ในการปฏิบัติกิจใดๆทางการศึกษาหรือกิจทางการบันเทิงก็แล้วแต่ และเหตุผลทางการพัฒนาการศึกษา การขยาย(โอกาสทางการศึกษา จำนวนนักศึกษา )ในอนาคต ทั้งนี้เพื่อรองรับและก้าวตามกระแสโลกาภิวัฒน์ (globalization) ดวงตะวันยามเย็นใกล้ลับขอบฟ้าทอแสงผ่านใบไม้ระยิบระยับ นกน้อยพี่และน้องกระโดดเล่นจากกิ่งโน้นมากิ่งนี้อย่างเพลินใจ เหล่ามนุษย์นักศึกษาขาวดำหรือแม้กระทั่งชุดแฟชั่นตามยุคสมัยเดินกันเรียงราย ตามเส้นทางและเป้าหมายของแต่ละคน พี่นกน้อย : น้องนกน้อยหายไปไหนมาพี่บินหาแถวนี้ไม่เจอเลย น้องนกน้อย : อ้อ คับ น้องก็เพียงแค่บินเล่นแถวนี้แหละ พี่นกน้อย : วันหลังถ้าจะไปก็อย่าลืมชวนพี่ไปด้วยละกัน น้องนกน้อย : คับ คือว่าเมื่อเช้าผมไปเล่นแถวต้นไม้หลังหอพักพวกมนุษย์ที่เขาเรียกตัวเองว่า นักศึกษานะ ผมเห็นกลุ่มมนุษย์เพศชายกลุ่มหนึ่งกำลังจับกลุ่มคุยกันถึงเรื่องอะไรบางอย่าง ผมอยากรู้ก็เลยแอบฟัง พี่นกน้อย : แล้วพวกมนุษย์นั้นเขาคุยกันถึงเรื่องอะไรเหรอ เล่าให้พี่บ้างสิ เพื่อว่าจะเป็นความรู้ใหม่ น้องนกน้อย : ได้ซิคับพี่ พวกเขาคุยกันถึงเรื่องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนนี่แหละ ผมก็ไม่ ค่อยเข้าใจหรอกว่ามันคืออะไร จากที่พวกเขาคุยกันบอกว่า ความเข้าใจต่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนของนักศึกษาหรือบุคคลทั่วไป ณ ปัจจุบันนี้เป็นความเข้าใจที่มองผ่านแว่นตาของตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ กล่าวคือ เรารับแนวคิดแบบตะวันตกมาเพราะเห็นว่ามันดีและเหมาะสมกับสภาพของกลุ่มตน โดยดูตัวอย่างจากประเทศตะวันตกที่เขาพัฒนาแล้วเช่น USA UK เป็นต้นอย่างในเรื่องของประชาธิปไตยที่นำมาใช้ในสังคมเราปัจจุบันนี้ ทำไมประชาธิปไตยในดินแดนต้นกำเนิดจึงไม่เหมือนกับประชาธิปไตยในบ้านเรา โดยหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยซึ่งทั่วโลกมองและเข้าใจว่านี่คือการปกครองที่ดีที่สุดในเวลานี้ มนุษย์ทั่วโลกต่างชื่นชมและชื่นชอบนิยมในประชาธิปไตย เห็นได้จากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตเป็นรัฐต่างๆ 15 รัฐ รัฐต่างๆใน 15 รัฐ ต่างทยอยรับแนวคิดเข้ามาใช้ในบ้านเมืองส่งผลให้รัฐที่เป็นต้นแบบแผ่ขยายอิทธิพลไปทั่วโลกด้วยเช่นกัน พี่นกน้อย : แล้วประชาธิปไตยมุมมองใหม่ที่เด็กกลุ่มนั้นคุยกันเป็นอย่างไรล่ะ น้องนกน้อย : ขออธิบายประชาธิปไตยแบบตะวันตกก่อนนะคับ ประชาธิปไตยก็คือแนวคิดที่เป็นผลผลิตจากการคิดแบบมนุษยนิยมที่ยกย่องความเป็นมนุษย์แบบหยิ่งทะนงตนในสติปัญญาในการสร้างสรรค์ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมได้อย่างดีเยี่ยม การปกครองระบอบนี้ให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริงนั่นคืออำนาจในการปกครองตนเอง (อธิปไตยมาจากปวงประชา) โดยใช้ระบบตัวแทนของกลุ่มประชาชนเพื่อไปทำหน้าที่ใช้อำนาจที่ประชาชนมอบให้ในสถาบันทางการเมือง อำนาจอธิปไตยถือเป็นหัวใจหลักของระบอบนี้ซึ่งอำนาจนี้มาจากประชาชนนั่นแสดงว่าประชาชนผู้มีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะใช้อำนาจนี้อย่างสมบูรณ์ตามที่ต้องการ นอกจากนี้แล้วยังให้ความสำคัญกับสิทธิเสรีภาพความเสมอภาคและสิทธิมนุษยชนเป็นต้น พี่นกน้อยว่ายังไงคับ พี่นกน้อย : พี่ก็ไม่รู้สิว่ามันเหมาะหรือดีไหมสำหรับมนุษย์ เรื่องนี้ต้องให้พวกมนุษย์ซึ่งมีสติปัญญามันเลือกเองดีกว่า แล้วที่ว่าประชาธิปไตยมุมมองใหม่ที่เด็กกลุ่มนั้นคุยกันล่ะเป็นยังไง น้องนกน้อย : คับ เด็กกลุ่มนั้นคุยกันว่า มนุษย์นั้นถูกให้มีขึ้นมาด้วยความเป็นอิสรชนที่มาพ้อมกับการมีชีวิตกล่าวคือ เมื่อเขาคลอดออกมาจากท้องของผู้เป็นมารดาเขาย่อมได้รับสองอย่างนี้นั่นคือเขามีความเสมอภาคกับเพื่อนมนุษย์ทุกคน และสิทธิเสรีภาพที่เขามีในฐานะที่เป็นมนุษย์ ส่วนหลักความเสมอภาคที่เขาได้มานั้นเพราะว่าเขาเป็นมนุษย์เหมือนกันนั่นย่อมแสดงว่า ความแตกต่างทางเชื้อชาติไม่มีผลใดๆทั้งสิ้นต่อความเสมอภาคที่เขาพึงได้รับ อีกประการหนึ่งในเรื่องความเสมอภาคคือ ทุกคนมีเกียรติในความเป็นมนุษย์ กล่าวคือ ในฐานะที่มนุษย์เป็นสิ่งที่ถูกสร้างเหมือนกันและมีความเหนือกว่าสิ่งถูกสร้างอื่นๆในสากลโลก ความมีเกียรตินี้มนุษย์ได้รับเหนือกว่าสิ่งถูกสร้างอื่นๆ เช่น มนุษย์สามารถใช้ทรัพยากรต่างๆบนโลกนี้ตามความสามารถอีกทั้งสามารถควบคุมและใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ(แม่น้ำ ภูเขา ป่า ทะเล) เกียรตินี้จะไม่มีการแบ่งแยกระหว่างคนรวย คนจน ชนชั้นนำในสังคม ชนชั้นปกครองและชนชั้นใต้ปกครองเหล่านี้ทั้งหมดยอมรับและสิโรราบต่ออำนาจของสิ่งที่ประสงค์ให้มีมนุษย์ขึ้นมา ส่วนในเรื่องของเสรีภาพหมายถึงเสรีภาพในศาสนา การเมือง และทัศนะความคิดต่างๆ การปรึกษาหารือก็เป็นลักษณะหนึ่งที่มนุษย์ได้รับมา กล่าวคือ มนุษย์มีอิสรเสรีในการเลือกรูปแบบของการปรึกษาหารือเพื่อให้สอดคล้องกับผลประโยชน์โดยรวมของดินแดนและสังคม หมายความว่าลักษณะแบบนี้คือการปกครองที่ใช้รัฐสภาในปัจจุบันที่ใช้อยู่ในรัฐต่างๆ ส่วนในเรื่องของการแสดงความคิดเห็น ทัศนะของมนุษย์ปัจเจกนั้นสามารถกระทำได้อย่างเสรีเช่นกันทั้งการพิจารณาใคร่ครวญ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ข้อดีข้อเสีย เหล่านี้เขาสามารถกระทำได้ตราบใดที่มีคุณสมบัติพร้อมและเงื่อนไขที่เอื้อให้ปฏิบัติได้ลักษณะเช่นนี้คือการเลือกผู้แทนของมนุษย์นั่นเอง แต่มิใช่รูปแบบที่เป็นอยู่อย่างปัจจุบันที่มีเรื่องของเงิน อำนาจ ทุนนิยม ผลประโยชน์ และพวกพ้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแต่การเลือกผู้แทนที่แตกต่างจากลักษณะดังกล่าวคือการเลือกโดยยึดหลักศีลธรรม ความรู้ ความสามารถ มากกว่าเงินทอง ชื่อเสียง ผู้แทนคนใดที่มีความพร้อมทั้งความรู้ในศาสตร์ต่างๆ ทักษะในการทำงานที่ดีเยี่ยม คุณธรรมประจำตนที่พร้อม เขาย่อมได้รับการเป็นผู้แทนแม้ว่าเสียงอาจน้อยกว่าผู้แทนที่มีเงินมากแต่ใช้เงินซื้ออำนาจจากประชาชน อำนาจอธิปไตยมิใช่มาจากมนุษย์หรือผู้แทน ผู้นำการปกครองใดๆทั้งสิ้น แต่อำนาจอธิปไตยมาจากผู้ที่ประสงค์ให้มนุษย์และสรรพสิ่งในโลกมีขึ้นมา ฉะนั้นสิ่งถูกสร้างทั้งหลายในสากลโลกย่อมต้องอ้างอิงและกลับไปต่ออำนาจดังกล่าว เป้าหมายของแนวคิดที่ว่าคือ ความมีเกียรติ ความเสมอภาค เสรีภาพที่มนุษย์ทุกคนพึงมี ซึ่งเป็นของขวัญล้ำค่าที่ควรหวงแหนและนำไปใช้ในเส้นทางสีขาว ดังกล่าวแล้วมนุษย์ทุกคนมีโอกาสแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายทั้งนี้เพื่อก่อเกิดความดีงามต่อสังคมและรักษาไว้ซึ่งความสงบและเสถียรภาพในสังคมอย่างยั่งยืน
No-one may deprive anyone els of his rights and power สิทธิเสรีภาพอันพึงมีและถูกทำนอง ย่อมมิถูกลิดรอนโดยผู้ใด
เธอ.....นักศึกษา ถามตัวเองว่ากิจกรรมใดๆที่เธอดำเนินอยู่ทำเพื่ออะไร เพื่อ...ประสบการณ์....สังคมภายนอก...มหาวิทยาลัย...ประชาชน...เพื่อตัวเอง ? เธอ.....นักศึกษา เหตุใดแนวโน้มกิจกรรมของเราจึงเป็นแนวบันเทิงหลอกใจ หรือเพื่อความสนใจในตัวเองโดยไม่มองสภาพภายนอกรั้วมหา’ลัยบ้าง ? เธอ.....นักศึกษา หรือว่าผู้ใหญ่ยัดเยียดสนับสนุนพวกเราให้ทำกิจใดๆที่ไม่เอื้อแก่บุคคลที่สามเลยหรืออย่างไร ? เธอ.....นักศึกษา หรือสภาพสังคมปัจจุบันไม่เหมือนในยุค 14 16 ตุลา ยุคสมัยมีการผันเปลี่ยน หมุนเวียน แต่อุดมการณ์ที่เราเคยยึดมั่นต้องจางลงด้วยหรือ ฉะนั้นแล้วเมื่อสังคม เวลา สถานที่ เรื่อองราว ความคิด.....เริ่มแปรผัน เรานักศึกษามาร่วมกันแสวงจุดยืนที่มั่นคง.....เผื่อว่าสถานภาพที่สังคมมอบให้เราที่เรียกว่า นักศึกษา จะมีค่าขึ้นมาบ้างในสถาการณ์บ้านเมืองที่แปรปรวน
เรามิอาจเปลี่ยนผู้อื่นได้ แต่เราก็เป็นหนึ่งจุดเปลี่ยนให้สังคมได้
มือเธอ มือเขา มือเรา ใจเธอ ใจเขา ใจเรา เพื่อศรัทธาหนึ่งเดียวและมวลชน
ดินสอดำ 4903 11 กันยายน 2550 August 16 บทสนทนาในสวนดอกไม้บทสนทนาในสวนดอกไม้ แสงตะวันยามเช้าจากฟากฟ้า ทอแสงอบอุ่นอาบทั่วทั้งสวนดอกไม้ ลำแสงอันสว่างสดใสเปี่ยมด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์ เป็นสัญญาณเริ่มต้นวันใหม่ของเหล่าหมู่มวลสรรพสิ่งในสวนดอกไม้ ผีเสื้อหลากสีสันร่อนกายอวดโฉมความงดงามของสีสันบนเรือนร่างอันเกิดจากการสรรค์สร้างอย่างเบิกบาน ดวงตะวันทำหน้าที่อย่างเช่นเคยภายใต้กฎเกณฑ์ที่เป็นอยู่และมันก็ตระหนักว่ามันถูกสร้างมาเพื่อสิ่งใด ส่วนอากาศก็ทำหน้าที่ของมันเช่นกันเพราะถ้าไมมีอากาศเหล่าพืชพันธุ์ก็สร้างร่างกายของมันไม่ได้ซึ้งก็เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่ถูกวางไว้แล้ว อีกทั้งหมู่นกน้อยก็บินถลา โฉบเฉี่ยว ไปมาในสวนอย่างเสรีดูช่างสุขใจยิ่งหนัก บนพื้นดินและใต้ดินก็มีเหล่ามดงานกำลังกุลีกุจอทำงานอย่างแข็งขัน ไส้เดือนตัวยาวกำลังชอนไชอยู่ใต้ดินยังก่อประโยชน์แก่ต้นไม้อีกต่างหาก อีกด้านหนึ่งของสวนดอกไม้กระรอกสองพี่น้องตัวน้อยวิ่งเล่นไล่กันบนต้นไม้ใหญ่หลังสวน สายลมพัดพาจากจากทิศตะวันตกเหล่ามวลดอกไม้ก็พลิ้วไหวตามแรงลม ทุกสรรพสิ่งในสวนดอกไม้แห่งนี้ดำเนินไปตามหน้าที่ที่มันถูกทำให้เป็น และแน่นอนว่ามันย่อมทำหน้าที่ของมันอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง นกน้อย : อัสสาลามมูอาลัยกุม ผีเสื้อแสนสวย ผีเสือ : วัสสาลามมูอาลัยกุม นกน้อย นกน้อย : ผีเสื้อคิดว่าวัยรุ่นสมัยนี้เป็นอย่างไรบ้าง ผีเสื้อ : ก็อย่างที่เคยเห็นนั่นแหละ วันก่อนมีหญิงชายคู่หนึ่งมาเดินเล่นในสวน ย้ำนะ มากันสอง คนด้วย ตอนนั้นในสวนไม่มีใครด้วยมันจวนจะมืดแล้ว มนุษย์ตัวน้อยสองเพศนั้นกำลังนั่งคุยกันอยู่บนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่หลังสวน นกน้อย : เขาคุยอะไรกันเหรอ ฉันว่าต้องเป็นเรื่องที่ไร้สาระแน่เลย คงไม่พ้นเรื่องพรุ่งนี้จะไปดูหนังด้วยกัน จากนั้นก็จะไปทานข้าวแถวถนนข้าวสาร พลบค้ำก็ไปเดินเล่นแถวสะพานพุทธ ผีเสื้อ : แล้วเธอสวมอาภรณ์อย่างไรล่ะ เธอก็สวมกระโปรงสั้นมากเลยแถมเสื้อที่เธอใส่ก็ตัวจี๊ดเดียวสงสารเธอจัง ช่างฉลาดน้อยอะไรเยี่ยงนี้ เธอคงคิดสินะว่านั่นคงเหมาะแล้วกับเรือนร่างของเธอ ตะวันเริ่มทอแสงร้อนมากขึ้นผีเสื้อกับนกน้อยจึงชวนกันไปหาพี่ต้นไม้ใหญ่หลังสวนระหว่างทางที่บินไปก็เจอกับแมลงปอจึงชวนกันไปด้วยกัน ทั้งสามบินไปเกาะบนกิ่งไม้แล้วกล่าวทักทายพี่ต้นไม้ใหญ่ พี่ต้นไม้ใหญ่ : อ้าว นกน้อย ผีเสื้อ นั่นแมลงปอก็มาด้วย ผีเสื้อ : เป็นยังไงบ้างคะพี่ต้นไม้ใหญ่ เมื่อวานพี่คงเห็นชายหญิงคู่หนึ่งมานั่งใต้พี่ต้นไม้สิ พี่ต้นไม้ใหญ่ : ใช่แล้ว นี่ถ้าพี่สามารถพูดภาษามนุษย์ได้พี่จะสั่งสอนซะหน่อย แมลงปอ : พี่จะสอนเขาเรื่องอะไรเหรอ นกน้อย : ผมว่าต้องเป็นเรื่องผู้หญิงแน่เลยใช่ไหมพี่ต้นไม้ พี่ต้นไม้ใหญ่ : ใช่แล้ว เดี๋ยวพี่จะพูดถึงผู้หญิงในอิสลามให้ฟังว่าอิสลามกล่าวถึงสตรีไว้ว่าอย่างไร ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจในเรื่องของสังคมมนุษย์กันก่อนนะ นับตั้งแต่การเกิดขึ้นของยุคแห่งการรู้แจ้งในยุโรปที่ให้ความสำคัญกับสติปัญญา การใช้เหตุผล กระบวนการได้มาซึ้งความรู้มาจากการใช้ประสาทสัมผัสของมนุษย์ซึ้งเชื่อว่าประสาทสัมผัสของตนนั้นดีที่สุดแล้ว อีกทั้งยังปฏิเสธศาสนากล่าวหาว่าเป็นเพียงระบบความเชื่อหนึ่งที่มนุษย์ปั้นแต่งมาหลอกลวงกัน ส่วนจุดมุ่งหมายของการพัฒนาคือ การพัฒนาวัตถุจนเป็นที่มาของการปฏิวัติอุตสาหกรรมในเวลาต่อมาซึ้งสร้างเทคโนโลยีสมัยใหม่มากมายซึ้งแน่นอนว่ามันย่อมสร้างคุณประโยชน์ต่อชีวิตของพวกมนุษย์อย่างใหญ่หลวง ผีเสื้อ : แล้วข้อด้อยของปรากฏการณ์นี้คืออะไรคะ เห็นมันก็สร้างประโยชน์เยอะแยะเลย พี่ต้นไม้ใหญ่ : จุดด้อยของยุคนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยีที่มนุษย์ประดิษฐ์แต่อยู่ที่ตัวมนุษย์เองต่างหาก คืออย่างนี้นะผีเสื้อแสนสวย จากการที่เน้นการพัฒนาด้านวัตถุแต่ละเลยด้านจิตใจ คุณธรรมจริยธรรมตามแบบฉบับของศาสนา ทำให้วัตถุมีอำนาจเหนือจิตใจเพราะว่ามนุษย์ไม่มีหลักยึดถือทางศาสนาใดๆมาคอยถ่วงดุลอำนาจของวัตถุ แมลงปอ : ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าระหว่างวัตถุและจิตวิญญาณต้องสมดุลกันใช่ไหมคับพี่ต้นไม้ พี่ต้นไม้ใหญ่ : เก่งมากเจ้าแมลงปอ จะเน้นอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ถ้าเราเน้นทางวัตถุมากจิตใจมนุษย์ก็จะต่ำลงอย่างชายหญิงสองคนเมื่อวานไง นกน้อย : ผมได้ยินเด็กมุสลิมกลุ่มหนึ่งที่มาเดินเล่นในสวนเมื่อวันก่อนคุยกันว่าอารยธรรมตะวันตกโดยเฉพาะอเมริกาที่อ้างว่าเป็นถิ่นศิวิไลซ์กลับพบว่าเกิดอาชญากรรมมากเป็นอันดับต้นๆของโลก พี่ต้นไม้ใหญ่ : ใช่แล้วจ๊ะนกน้อย นี่แหละผลของการพัฒนาแต่ด้านวัตถุหละ ในอีกด้านหนึ่งถ้า เน้นย้ำด้านจิตวิญญาณของชีวิตแต่ละเลยแง่มุมทางวัตถุและโลก ลักษณะเช่นนี้คือการมองโลกในฐานะมายาภาพซึ้งเป็นสิ่งหลอกลวง อิสลามแสดงให้เห็นสัจธรรมที่ครอบคลุมที่สุดทั้งสมบูรณ์และสมดุลระหว่างสองสิ่งนั้น นกน้อย : ผมอยากรู้ว่าอิสลามกล่าวถึงวัตถุและจิตใจว่าอย่างไรคับพี่ต้นไม้ พี่ต้นไม้ใหญ่ : ฟังให้ดีนะนกน้อย ผีเสื้อ แมลงปอด้วย ลักษณะเฉพาะของอิสลามก็คืออิสลามไม่ได้แบ่งชีวิตออกเป็นสองส่วนและมิได้ขอให้มนุษย์หลีกเลี่ยงสิ่งต่างๆที่เป็นวัตถุ “โอ้พระผู้เป็นเจ้าของเรา โปรดประทานให้แกพวกเรา ซึ่งสิ่งดีงามในโลกนี้ และสิ่งดีงามในโลกหน้า” (อัลกรุอาน 2:201) การเน้นย้ำไปที่ด้านใดด้านหนึ่งเพียงอย่างเดียวคือการพังทลายของชีวิตมนุษย์ คำสอนของอิสลามมีความสอดคล้องสำหรับจิตวิญญาณและความต้องการของมนุษย์ในทางโลก เน้นการปฏิบัติตนด้วยศีลธรรมที่งดงาม สมบูรณ์และเป็นจริงต่อสภาพของมนุษย์ แมลงปอ : พี่ต้นไม้ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องของสตรีในอิสลามเลยคับ พี่ต้นไม้ใหญ่ : เออ พี่ลืมไปเลย ฟังนะแมลงปอในสังคมมนุษย์ปัจจุบันต่างกล่าวหาว่าอิสลามกีดกันความเป็นผู้หญิงในพื้นที่ของสังคม “มนุษย์ชาติทั้งหลาย จงยำเกรงพระเจ้าของพวกเจ้าที่ได้บังเกิดพวกเจ้ามาจากชีวิตหนึ่ง และได้ทรงบังเกิดจากชีวิตนั้นซึ้งคู่ครองของเขา และได้ทรงแพร่สะพัดไปจากทั้งสองนั้น ซึ้งบรรดาหญิงและชายมากมาย” (อัลกรุอ่าน 4:1) และชายหญิงที่มาเดินเล่นในสวนเมื่อวานนี้ก็เป็นผลผลิตจากแนวคิดแบบแยกชีวิตออกจากศาสนา นอกจากนี้แล้วยังมีตัวอย่างอีกมากมายที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดดังกล่าว นกน้อย : ระบบการศึกษาในปัจจุบันใช่ไหมคับพี่ต้นไม้ ระบบการศึกษาในปัจจุบันที่เป็นผลสืบเนื่องจากยุคแห่งการรู้แจ้งซึ้งผมคิดว่าไม่ใช่ยุคแห่งการรู้แจ้งที่แท้จริงหรอก ระบบการศึกษาที่ละเลยการศึกษาทางศีลธรรมศาสนา นอกจากนี้แล้วยังมีระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่เน้นการครอบครองปัจจัยวัตถุให้มากที่สุด ฝ่ายสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ซึ้งมีพื้นฐานมาจากการมองวัตถุเพียงด้านเดียวอีกทั้งยังกล่าวหาอีกว่าศาสนาคือสิ่งเสพติด ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ยึดหลักเสียงข้างมากและอำนาจอธิปไตยอันสมบูรณ์ของมนุษย์ ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมที่ปลดเปลื้องสิทธิของมนุษย์ในการครอบครองสิ่งใดๆ พี่ต้นไม้ใหญ่ : เก่งมากจ้าวนกน้อย คุณค่าสำหรับชีวิตมนุษย์นั้นอิสลามได้เข้าไปในทุกส่วนกิจกรรมของมนุษย์รวมทั้งเรื่องเศรษฐกิจภายใต้บรรทัดฐานทางศีลธรรมอิสลาม ความเสมอภาคในการได้รับปัจจัยยังชีพ อีกทั้งอิสรภาพของปัจเจกบุคคลในกรรมสิทธิ์ของตนเอง “พวกเจ้าจงกินและจงดื่มจากปัจจัยยังชีพของอัลเลาะฮ์และจงอย่าก่อกวนในแผ่นดินในฐานะผู่บ่อนทำลาย” (อัลกรุอ่าน2:60) มนุษย์ควรได้รับความพอใจในสิ่งที่ผู้เป็นเจ้าทรงมอบให้ภายใต้กฎเกณฑ์ทางคุณธรรมอิสลามเพราะมนุษย์นั้นถูกสร้างมาด้วยผู้ทรงรู้และไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจใดนอกจากพระองค์เท่านั้น กลไกตลาดในระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมอาจเป็นตัวตัดสินศีลธรรมของสังคมกล่าวคือ ในสังคมใดๆที่จะตัดสินว่าควรใช้ทรัพยากรผลิตปัจจัยใดๆ ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนในสังคมเป็นหลักซึ้งเป็นแหล่งตลาดของผลผลิต ถ้าความต้องการในขณะนั้นคือการบริโภคเหล้าแสดงว่าความต้องการของตลาดคือเหล้า ฉะนั้นสังคมจึงตัดสินว่าควรผลิตเหล้าทั้งนี้เพื่อที่ว่าผู้ผลิตจะได้กำไรสูงสุด(แล้วผู้ดื่มเหล้าล่ะ) แต่ในอิสลามการจัดสรรทรัพยากรสู่สังคมนั้นอันดับแรกต้องสอดคล้องกับบรรทัดฐานแบบอิสลามแล้วจึงเป็นไปตามความต้องการของผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าทุนนิยมนั้นจะเน้นลักษณะทางโลกเช่นเดียวกับสังคมนิยมซึ้งแม้ว่าจะยอมรับความเท่าเทียมกันในการถือครองปัจจัยแต่ก็ยังอยู่ภายใต้การบงการของกลุ่มอำนาจในสังคม ณ โคนของพี่ต้นไม้ใหญ่มีสิ่งที่ถูกสร้างอีกสิ่งหนึ่งกำลังไต่มาตามความสูงอย่างกุลีกุจอ แรงลมจากฝากพี่ทิศตะวันตกเกือบทำให้เจ้ามดตัวน้อยตกจากพี่ต้นไม้ใหญ่ เสียงที่มาพร้อมกับแรงลมนั้นเป็นคำกล่าวขอโทษของพี่แรงลมต่อมดตัวน้อยที่เกือบทำให้จ้าวมดตัวน้อยตกจากพี่ต้นไม่ใหญ่ ส่วนเหล่าดอกไม้หลากสีสันก็กล่าวขอบคุณต่อพี่แสงตะวันที่ทำให้พวกเขาสามารถเจริญเติบโตได้อีกทั้งยังเสริมความงดงามภายในสวนอีกด้วย พี่แสงตะวัน : จ้าวดอกไม้แสนสวยทั้งหลายไม่ต้องมาขอบคุณข้าหรอกเพราะข้าก็เป็นสิ่งที่ถูกเหมือนพวกจ้าวนั่นแหละ ฉะนั้นพวกเราทั้งหลายในสวนแห่งนี้ต้องขอบคุณต่อผู้ที่สร้างเรามาซิ มดตัวน้อย : ใช่แล้ว พวกเราทั้งหลายถูกสร้างมาอย่างสมบูรณ์ทั้งหน้าที่และวัตถุประสงค์ด้วย พลานุภาพอันยิ่งใหญ่ของผู้ทรงเอกะ พี่ต้นไม้ใหญ่ : การมีอยู่ของพวกเราทั้งหมดล้วนเป็นหลักฐานที่แสดงถึงการมีอยู่ของผู้ทรงสร้างและพระองค์นั้นทรงมีมาแต่เดิม พระองค์ทรงเป็น ทรงพูด ทรงเห็น ทรงได้ยิน ทรงดำรงด้วยพระองค์เอง ทรงมีความสารถ ทรงรอบรู้ และทรงมีคุณลักษณะอื่นๆอีกมากมายที่ไม่มีผู้ใดรู้นอกจากอัลเลาะฮ์ นกน้อย : แสดงว่าสิ่งทั้งหลายที่ถูกสร้างมาย่อมเกี่ยวข้องเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ใช่ไหมคับ พี่แรงลม : ใช่แล้วนกน้อย จ้าวรู้ไหมว่าทำไมจ้าวจึงสามารถบินได้ นกน้อย : แน่นอนคับ ผมมีปีกที่ถูกสร้างมาให้บินได้ อีกทั้งยังมีพี่แรงลมที่คอยช่วยให้ทรงตัวบินถลาไปในอากาศได้ พี่ต้นไม้ใหญ่ : ส่วนเหล่าพืชพันธุ์อย่างข้าถ้าไม่มีพี่อากาศและพี่แสงตะวันรวมถึงพี่ดินฉันก็สร้างอาหารให้ตัวเองไม่ได้ แสงตะวันเริ่มคล้อยต่ำ ลำแสงเริ่มลดความร้อนลงอันเป็นสัญญาณของยามเย็น กระรอกตัวน้อยสองพี่น้องได้เวลาออกมาวิ่งเล่นอีกแล้ว เหล่าจ้าวมดงานกำลังเร่งเดินกลับรังดูเป็นแถวยาวหลังจากเหนื่อยกับการหาอาหารมาทั้งวัน เหล่าผีเสื้อหลากสีสันสวยงามเกาะอยู่บนกลีบดอกไม้หลากสีสัน บนยอดต้นไม้ใหญ่ครอบครัวนกน้อยกำลังพูดคุยถึงหน้าที่ของตนในวันพรุ่งนี้ ฝูงแมลงปอกำลังบินว่อนอยู่เหนือสระน้ำท้ายสวน กล่าวคำลากลับบ้านของตนกับครอบครัวปลาในสระน้ำซึ้งมีดอกบัวกำลังปิดประตูบ้าน อีกริมรั้วด้านหนึ่งของสวน ดอกไม้กำลังชูช่ออวดโฉมความงดงาม รับแสงสุดท้ายของวัน ใบไม้พลิ้วไหวตามแรงสายลม บ้างก็ร่วงหล่นสู่ลานหญ้าเขียวละลานตา ริมทางเดินเข้าสวนหินก้อนเล็กสวยได้รูปถูกวางจัดเรียงไว้อย่างสวยงาม ชิงช้าขนาดนั่งสองคนผูกด้วยเชือกสีฟ้าใต้ต้นไม้ใหญ่ไกวไปมาตามแรงลม ม้านั่งขนาดนั่งสบายถูกวางไว้ใต้ร่มไม้ ศาลาไม้กลางสวนขนาดนั่งพอดีสี่ห้าคน บรรยากาศในสวนยามนี้เย็นสบายยิ่งหนัก นกน้อยยืนเกาะอยู่บนรั้วของสวนดอกไม้มองเห็นนักศึกษามุสลิมกลุ่มหนึ่งกำลังเดินเข้ามาในสวนพร้อมด้วยอาวุธที่ผู้ทรงเอกะให้มาในมือของเขาคนละเล่ม นกน้อยถามตัวเอง สิ่งใดกัน ในมือของเด็กเหล่านั้น ?
The Black Pencil 26 กรกฎาคม 2550 ที่มา sunnhstudent.com The Sovereigntyอำนาจอธิปไตยที่ แท้จริง ที่มิได้มาจากปวงชน “ไม่มีการตัดสิน (ของใครทั้งสิน) นอกจากเป็นสิทธิของอัลลอฮเท่านั้น พระองค์ทรงบัญชาว่า พวกท่านอย่านมัสการ (ผู้ใด) นอกจากพระองค์เพียงผู้เดียว นี่เป็นแนวทางที่ถูกต้อง (ของชีวิต)” (อัลกุร-อาน 12:40) “พวกเขากล่าวว่า มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากกิจการนั้นเป็นสิทธิของเราบ้างไหม? จงกล่าวเถิดว่า ‘แท้จริงกิจการทั้งหมดนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮ์เท่านั้น’ ”(อัลกุร-อาน -3:64) “และพวกเจ้าอย่ากล่าวเท็จต่อสิ้นที่ลิ้นพวกเจ้าพรรณนาไว้ว่า สิ่งนี้อนุมัติและสิ่งนี้ต้องห้าม” (อัลกุร-อาน 16:116) “และผู้ใดมิได้ตัดสินด้วยสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงประทานลงมาแล้วเขาเหล่านั้นแหละคือผู้ปฏิเสธการศรัทธา” (อัลกุร-อาน 5:44) ระบอบการปกครองที่รัฐ(Nation state) ต่างๆทั่วโลกใช้ปกครองบ้านเมืองในปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่า ระบอบประชาธิปไตยได้รับการยอมรับและนำไปใช้มากที่สุด อาจด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุดที่มนุษย์ผู้มีขีดจำกัดบางอย่าง สามารถคิดค้นมาใช้ได้หรืออาจเป็นระบอบเดียวที่สามารถตอบสนองอารมณ์ฝ่ายต่ำของมนุษย์ได้ กล่าวคือ ระบอบประชาธิปไตยสามารถเปลี่ยนสิ่งที่ผิดศีลธรรมซึ้งทำลายคุณค่าความดีงามให้เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายได้อีกทั้งสังคมก็ยอมรับได้ เช่น การทำให้หวยใต้ดินมาอยู่บนดิน (จะได้ซื้อกันง่ายขึ้น) อันเป็นการเสริมให้มนุษย์กระทำสิ่งที่ผิดศีลธรรมแต่ถูกกฎหมาย? รวมถึงการเปิดบ่อนกาสิโนกิจการซึ่งสร้างรายได้อย่างมหาศาลแต่ขณะเดียวกันก็ทำลายมนุษย์อย่างเลือดเย็นเช่นกัน ทั้งสองกิจกรรมดังกล่าวระบอบประชาธิปไตยสามารถทำให้เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ โดยใช้หลักการเสียงข้างมากในการตัดสินความถูกต้องของกิจกรรมดังกล่าว แก่นสารของประชาธิปไตย คำว่า Democracy มาจากคำในภาษากรีก 2 คำ ได้แก่ คำว่า Demos และ Kratia อันหมายถึง การปกครองโดยประชาชน ซึ่งแสดงทางการเมืองในการปกครองตนเองโดยใช้ระบบตัวแทนผู้ซึ่งได้รับการเลือกตั้งโดยประชาชน จะเห็นได้ว่าแก่นของประชาธิปไตยคือการปกครองโดยกลุ่มส่วนใหญ่และมีการเคารพเสียงข้างมาก ส่วนเสียงข้างน้อยก็ควรให้ความไว้วางใจเสียงส่วนใหญ่แต่เสียงส่วนใหญ่ก็ต้องเคารพเสียงข้างน้อยด้วย แต่โดยสภาพความจริงในทางปฏิบัติเสียงส่วนใหญ่กลับครอบครองอำนาจมากกว่า เป็นผู้ออกฎหมายและบังคับใช้กฎหมายเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มใหญ่ โดยที่ฝ่ายเสียงส่วนน้อยไม่สามารถกระทำการสิ่งใดๆได้เลย เนื่องจากอุปสรรคของจำนวนเสียงที่น้อยกว่า ฐานคติและหลักการแห่งประชาธิปไตยสมัยใหม่มีรากฐานมาจากนักคิดในช่วงของยุคสมัยแห่งการรู้แจ้ง? (The Enlightenment) ในยุโรปอันเป็นยุครุ่งเรืองของแนวความคิดเกี่ยวกับโลกานิยม (Secularism) โดย Niccolo Machiavelli แนวคิดสัญญาประชาคมและรัฐเป็นใหญ่โดย Thomas Hobbes แนวคิดเสรีนิยมและการแบ่งแยกอำนาจทางการปกครอง โดย John Locke รวมถึงแนวคิดอำนาจอธิปไตยและสัญญาประชาคมของ Jean Jacques Rousseau หลักการปกครองแบบประชาธิปไตยจะแบ่งแยกเรื่องทางโลกออกจากความเชื่อทางศาสนา ให้ความสำคัญต่อความสามารถและสติปัญญาของมนุษย์ ยกย่องมนุษย์เป็นเสมือนพระเจ้า ในการที่มนุษย์สามารถรู้แจ้งทุกอย่างได้ด้วยสติปัญญาและความสามรถในการใช้ประสาทสัมผัสพิสูจน์ความรู้ในระดับต่างๆเท่าที่ประสาทสัมผัสของมนุษย์หยั่งถึงได้ กล่าวคือ แนวคิดแบบแยกเรื่องทางโลกออกจากความเชื่อทางศาสนานี้จะยึดกฎเกณฑ์เชิงประจักษ์นิยม(Empirical) คือสามารถพิสูจน์ซ้ำๆและเห็นได้โดยปราศจากข้อสงสัย จะเห็นได้ว่าระบอบประชาธิปไตยให้ความสำคัญในความสมบูรณ์ของปัจเจกชนซึ่งมีพร้อมด้วยความสามารถ สติปัญญาอยู่ในตัว ฉะนั้นการปกครองจึงเป็นไปเพื่อเอื้อต่อปัจเจกชน หาใช้เพื่ออื่นใดทั้งสิ้น ค่านิยมของประชาธิปไตยคือ หลักเสรีภาพ อันหมายถึงอิสรภาพแห่งบุคคลที่ฝันใฝ่ใดๆในชีวิต สิทธิส่วนบุคคล อันหมายถึงอิสราภาพเฉพาะตัวบุคคล และภราดรภาพอันหมายถึงสิทธิแต่ละปัจเจกชนสามารถเข้าไปมีส่วนในการกำหนดนโยบายใดๆของรัฐบาลได้อย่างเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมายที่เขียนขึ้น หลักการและฐานคติของประชาธิปไตย ดูเหมือนว่าจะล้มเหลวโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปกครองคนส่วนใหญ่ที่ละเมิดเสียงส่วนน้อย กีดกันไม่ให้มีส่วนร่วมและการกดขี่ของเสียงส่วนใหญ่ต่อเสียงส่วนน้อยหรือแม้แต่กลายเป็นเผด็จการประชาธิปไตย การปกครองแบบอิสลาม อิสลามยึดถือในหลักของความเสมอภาพและหลักแห่งนิติธรรม อาศัยหลักการที่เรียกว่า “ชูรอ” (หลักการว่าด้วยการหารือ) และ อิจมาอ์ (หลักการว่าด้วยความเห็นพ้องกันของนักวิชาการมุสลิม) เพื่อบรรลุข้อที่ว่ารัฐบาลต้องไม่ปกครองโดยอาศัยเฉพาะกฎหมายบัญญัติเท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงเจตนารมณ์ของผู้อยู่ใต้ปกครองด้วย คัมภีร์อัลกุรอานและซุนนะฮ์ ได้ให้เค้าโครงที่ชัดเจนของแบบแผนทางการเมืองซึ่งสามารถทำให้บรรลุได้ในทุกสถานการณ์ ระบอบการเมืองแบบอิสลามวางอยู่บนความสัมพันธ์ระหว่างหลักการ”เตาฮีด” (หลักเอกภาพและการเป็นพระเจ้าหนึ่งเดียวของอัลลอฮ์) ชารีอะห์ (กฏหมายอิสลามตามหลักการแห่งอัลกุรอานและซุนนะฮ์) การสถาปนาความยุติธรรม เสรีภาพ (สิทธิที่จะกระทำภายใต้หลักการชารีอะห์) ความเสมอภาพ และการชูรอ รากฐานองค์ประกอบสำคัญของอำนาจทางการเมืองนี้ คือ หลักการอุมมะฮ อันเป็นระเบียบทางสังคมแบบอิสลาม ระบอบการเมืองแบบอิสลามคือ รัฐธรรมนูญที่ตั้งอยู่ภายใต้หลักการแห่งกฎหมาย ชารีอะห์ โดยผู้นำสูงสุดจะได้รับความไว้วางใจให้รับผิดชอบบริหารกิจการภาครัฐ ซึ่งผู้นำมีอิสระภายใต้หลักการชารีอะห์และอุมมะฮ หลักการชารีอะห์จะแตกต่างจากกฎหมายทั่วไปที่สร้างโดยมนุษย์ กล่าวคือ บทบัญญัติที่สร้างโดยมนุษย์นั้นมีความไม่แน่นอน อดีตเคยเขียนแบบหนึ่งปัจจุบันก็ต้องเขียนใหม่อีกแบบหนึ่งเนื่องจากว่า บทบัญญัตินั้นไม่สามารถตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้ ฉะนั้นจึงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาโดยใช้เสียงข้างมากเป็นผู้มีอำนาจในการตรากฎหมาย แสดงว่าจะมีการสร้างบทบัญญัติใหม่ๆอย่างไม่จบสิ้น ข้อแตกต่างระหว่างระบอบการเมืองแบบอิสลามกับระบอบประชาธิปไตย(ตะวันตก)มาจากการยึดมั่นในกรอบความคิดเห็นที่ต่างกัน ในเรื่องของอำนาจอธิปไตยสูงสุด กล่าวคือ อำนาจอธิปไตยอันสำคัญสูงสุดในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยมาจากปวงชน แสดงว่าปวงชนสามารถออกกฎหมายใดๆก็ได้ตราบเท่าที่มีเสียงข้างมากแม้ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องที่ผิดศีลธรรม แต่ถ้าเป็นความต้องการของคนส่วนใหญ่ก็สามารถทำให้ถูกกฎหมายได้ด้วยหลักการภายใต้ระบอบประชาธิปไตย สำหรับอิสลามนั้นรัฐธรรมนูญและกฎหมายใดๆต้องวางอยู่ภายใต้ “อัลลอฮ์”ผู้เป็นเจ้าซึ่งมีอำนาจสูงสูด ไม่ว่าบุคคลใดทั้งปัจเจกชนหรือกลุ่มคณะทั้งมวลต่างไม่อาจมีสิทธิกำหนดกฎเกณฑ์ใดๆต่อบุคคลอื่น นั้นคือกฎหมายมิได้แสดงถึงเจตจำนงทั่วไปของประชาชน แต่กฎหมายคือ สิ่งศักดิ์สิทธ์ซึ่งมาจากผู้เป็นเจ้า อำนาจอธิปไตยจึงมาจาก “อัลเลาะฮ์” ดังนั้นมุสลิมจึงต่างปรารถนาเชื่อฟังในหลักการชารีอะห์ ระบบ”ชูรอ” เป็นระบบที่มอบกระบวนการให้มุสลิมมาร่วมกันในการพิจารณาประเด็นปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้น และตัดสินความภายใต้หลักการชารีอะห์ ลักษณะเช่นนี้เป็นการตัดสินใจร่วมกันและแสดงความคิดเห็น ส่วนประชาธิปไตยแบบตะวันตกให้การยอมรับต่อภาวการณ์ของการขัดแย้งและการประนีประนอมว่าเป็นเรื่องปกติในทางการเมือง บนแนวคิดการจัดการผลประโยชน์ที่เกิดความขัดแย้งสามารถตอบสนองอิทธิพลของกลุ่มต่างๆได้อย่างสูงสุดตามหลักการดุลแห่งอำนาจ (Balance of Power) ซึ่งยึดหลักแบบวิถีโลก คือ การดำเนินแนวปฏิบัติแบบวัตถุเหตุผลนิยมโดยละเลยวิถีแห่งสัจจะความจริงเกี่ยวกับโลกจักรวาล กาลเวลา รวมถึงจิตวิญญาณของมนุษย์ที่ลัทธิมนุษยนิยม(Humanism)ละเลย โครงการส่งออกประชาธิปไตยแบบตะวันตก กำลังสร้างเส้นร้าวฉานในดินแดนต่างๆทั่วโลกด้วยแนวคิดของของตะวันตกที่เชื่อว่าประชาธิปไตยของเขานั้น สามารถสร้างความเจริญ(วัตถุ)เพียงอย่างเดียวได้เหมือนกับที่ชาติตนประสบความสำเร็จมาแล้วแต่กำลังจะล้มสลายในตัวมันเอง จะสร้างระบอบการปกครองที่ดีในดินแดนต่างๆทั่วโลกได้ หรือนี่อาจเป็นลัทธิจักรวรรดินิยมแบบใหม่ ทั้งนี้เพื่อเป็นพรมปูทางให้อำนาจของตะวันตกสามารถเดินเข้ามาในชาติต่างๆได้อย่างง่ายได้ด้วยระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย
The Black Pencil ที่มา: www.midnightuniv.org : คุรชีค อะห์หมัด เรียบเรียง จรัญ มะลุลีม แปล.อิสลามควาหมายและคำสอน.กรุงเทพมหานคร:อิสลามิคอะเคเดมี ,2541
|
|
|