สุกรี's profileนกเดินทาง : การเดินทางขอ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    September 15

    มุมมองใหม่

    มุมมองด้านใหม่

    ความเข้าใจต่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน

     

    บรรยากาศยามเย็นในดินแดนโดมรั้วเหลืองแดง  ดินแดนแห่งเสรีภาพทุกตารางนิ้ว พันธุ์ไม้เขียวขจีถูกปลูกไว้ริมถนนสวยงาม นกน้อยพี่น้องสองตัวกำลังยืนเกาะกิ่งไม้หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการบินเล่นทั่วดินแดนเหลืองแดงแห่งนี้ สองนกน้อยพี่น้องเกิดและเติบโตที่นี่ แม่นกเล่าให้ฟังว่าพ่อนกและแม่นอพยพย้ายมาจากต้นไม้ในป่าคอนกรีตบริเวณข้างสนามหญ้ากว้างใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาซึ้งถูกขนานนามว่า ท่าพระจันทร์ แม่นกให้เหตุผลที่ย้ายมาอยู่ ณ ดินแดนใหม่แห่งนี้ก็เพราะว่ามลพิษทางเสียงและอากาศที่ไม่เอื้อให้เผ่าพันธุ์นกอย่างเราอาศัยอยู่อย่างมีความสุขได้หรืออีกเหตุผลหนึ่งคือเป็นไปได้ไหมว่าเราถูกขับไล่ให้มาสถิต ณ ดินแดนแห่งนี้ด้วยเหตุผลในเรื่องของพื้นที่ที่จะใช้ในการปฏิบัติกิจใดๆทางการศึกษาหรือกิจทางการบันเทิงก็แล้วแต่ และเหตุผลทางการพัฒนาการศึกษา การขยาย(โอกาสทางการศึกษา จำนวนนักศึกษา )ในอนาคต ทั้งนี้เพื่อรองรับและก้าวตามกระแสโลกาภิวัฒน์ (globalization)  ดวงตะวันยามเย็นใกล้ลับขอบฟ้าทอแสงผ่านใบไม้ระยิบระยับ นกน้อยพี่และน้องกระโดดเล่นจากกิ่งโน้นมากิ่งนี้อย่างเพลินใจ เหล่ามนุษย์นักศึกษาขาวดำหรือแม้กระทั่งชุดแฟชั่นตามยุคสมัยเดินกันเรียงราย ตามเส้นทางและเป้าหมายของแต่ละคน

    พี่นกน้อย : น้องนกน้อยหายไปไหนมาพี่บินหาแถวนี้ไม่เจอเลย

    น้องนกน้อย : อ้อ คับ น้องก็เพียงแค่บินเล่นแถวนี้แหละ

    พี่นกน้อย : วันหลังถ้าจะไปก็อย่าลืมชวนพี่ไปด้วยละกัน

    น้องนกน้อย : คับ คือว่าเมื่อเช้าผมไปเล่นแถวต้นไม้หลังหอพักพวกมนุษย์ที่เขาเรียกตัวเองว่า  นักศึกษานะ ผมเห็นกลุ่มมนุษย์เพศชายกลุ่มหนึ่งกำลังจับกลุ่มคุยกันถึงเรื่องอะไรบางอย่าง ผมอยากรู้ก็เลยแอบฟัง

    พี่นกน้อย : แล้วพวกมนุษย์นั้นเขาคุยกันถึงเรื่องอะไรเหรอ เล่าให้พี่บ้างสิ เพื่อว่าจะเป็นความรู้ใหม่

    น้องนกน้อย : ได้ซิคับพี่ พวกเขาคุยกันถึงเรื่องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนนี่แหละ ผมก็ไม่

    ค่อยเข้าใจหรอกว่ามันคืออะไร จากที่พวกเขาคุยกันบอกว่า ความเข้าใจต่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนของนักศึกษาหรือบุคคลทั่วไป ณ ปัจจุบันนี้เป็นความเข้าใจที่มองผ่านแว่นตาของตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ กล่าวคือ เรารับแนวคิดแบบตะวันตกมาเพราะเห็นว่ามันดีและเหมาะสมกับสภาพของกลุ่มตน โดยดูตัวอย่างจากประเทศตะวันตกที่เขาพัฒนาแล้วเช่น USA UK เป็นต้นอย่างในเรื่องของประชาธิปไตยที่นำมาใช้ในสังคมเราปัจจุบันนี้  ทำไมประชาธิปไตยในดินแดนต้นกำเนิดจึงไม่เหมือนกับประชาธิปไตยในบ้านเรา  โดยหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยซึ่งทั่วโลกมองและเข้าใจว่านี่คือการปกครองที่ดีที่สุดในเวลานี้  มนุษย์ทั่วโลกต่างชื่นชมและชื่นชอบนิยมในประชาธิปไตย  เห็นได้จากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตเป็นรัฐต่างๆ 15 รัฐ  รัฐต่างๆใน 15 รัฐ ต่างทยอยรับแนวคิดเข้ามาใช้ในบ้านเมืองส่งผลให้รัฐที่เป็นต้นแบบแผ่ขยายอิทธิพลไปทั่วโลกด้วยเช่นกัน

    พี่นกน้อย : แล้วประชาธิปไตยมุมมองใหม่ที่เด็กกลุ่มนั้นคุยกันเป็นอย่างไรล่ะ

    น้องนกน้อย : ขออธิบายประชาธิปไตยแบบตะวันตกก่อนนะคับ ประชาธิปไตยก็คือแนวคิดที่เป็นผลผลิตจากการคิดแบบมนุษยนิยมที่ยกย่องความเป็นมนุษย์แบบหยิ่งทะนงตนในสติปัญญาในการสร้างสรรค์ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมได้อย่างดีเยี่ยม  การปกครองระบอบนี้ให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริงนั่นคืออำนาจในการปกครองตนเอง (อธิปไตยมาจากปวงประชา) โดยใช้ระบบตัวแทนของกลุ่มประชาชนเพื่อไปทำหน้าที่ใช้อำนาจที่ประชาชนมอบให้ในสถาบันทางการเมือง อำนาจอธิปไตยถือเป็นหัวใจหลักของระบอบนี้ซึ่งอำนาจนี้มาจากประชาชนนั่นแสดงว่าประชาชนผู้มีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะใช้อำนาจนี้อย่างสมบูรณ์ตามที่ต้องการ  นอกจากนี้แล้วยังให้ความสำคัญกับสิทธิเสรีภาพความเสมอภาคและสิทธิมนุษยชนเป็นต้น พี่นกน้อยว่ายังไงคับ

    พี่นกน้อย : พี่ก็ไม่รู้สิว่ามันเหมาะหรือดีไหมสำหรับมนุษย์ เรื่องนี้ต้องให้พวกมนุษย์ซึ่งมีสติปัญญามันเลือกเองดีกว่า แล้วที่ว่าประชาธิปไตยมุมมองใหม่ที่เด็กกลุ่มนั้นคุยกันล่ะเป็นยังไง

    น้องนกน้อย : คับ เด็กกลุ่มนั้นคุยกันว่า มนุษย์นั้นถูกให้มีขึ้นมาด้วยความเป็นอิสรชนที่มาพ้อมกับการมีชีวิตกล่าวคือ เมื่อเขาคลอดออกมาจากท้องของผู้เป็นมารดาเขาย่อมได้รับสองอย่างนี้นั่นคือเขามีความเสมอภาคกับเพื่อนมนุษย์ทุกคน และสิทธิเสรีภาพที่เขามีในฐานะที่เป็นมนุษย์ ส่วนหลักความเสมอภาคที่เขาได้มานั้นเพราะว่าเขาเป็นมนุษย์เหมือนกันนั่นย่อมแสดงว่า ความแตกต่างทางเชื้อชาติไม่มีผลใดๆทั้งสิ้นต่อความเสมอภาคที่เขาพึงได้รับ อีกประการหนึ่งในเรื่องความเสมอภาคคือ ทุกคนมีเกียรติในความเป็นมนุษย์ กล่าวคือ ในฐานะที่มนุษย์เป็นสิ่งที่ถูกสร้างเหมือนกันและมีความเหนือกว่าสิ่งถูกสร้างอื่นๆในสากลโลก ความมีเกียรตินี้มนุษย์ได้รับเหนือกว่าสิ่งถูกสร้างอื่นๆ เช่น มนุษย์สามารถใช้ทรัพยากรต่างๆบนโลกนี้ตามความสามารถอีกทั้งสามารถควบคุมและใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ(แม่น้ำ ภูเขา ป่า ทะเล) เกียรตินี้จะไม่มีการแบ่งแยกระหว่างคนรวย คนจน ชนชั้นนำในสังคม ชนชั้นปกครองและชนชั้นใต้ปกครองเหล่านี้ทั้งหมดยอมรับและสิโรราบต่ออำนาจของสิ่งที่ประสงค์ให้มีมนุษย์ขึ้นมา ส่วนในเรื่องของเสรีภาพหมายถึงเสรีภาพในศาสนา การเมือง และทัศนะความคิดต่างๆ การปรึกษาหารือก็เป็นลักษณะหนึ่งที่มนุษย์ได้รับมา กล่าวคือ มนุษย์มีอิสรเสรีในการเลือกรูปแบบของการปรึกษาหารือเพื่อให้สอดคล้องกับผลประโยชน์โดยรวมของดินแดนและสังคม หมายความว่าลักษณะแบบนี้คือการปกครองที่ใช้รัฐสภาในปัจจุบันที่ใช้อยู่ในรัฐต่างๆ ส่วนในเรื่องของการแสดงความคิดเห็น ทัศนะของมนุษย์ปัจเจกนั้นสามารถกระทำได้อย่างเสรีเช่นกันทั้งการพิจารณาใคร่ครวญ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ข้อดีข้อเสีย เหล่านี้เขาสามารถกระทำได้ตราบใดที่มีคุณสมบัติพร้อมและเงื่อนไขที่เอื้อให้ปฏิบัติได้ลักษณะเช่นนี้คือการเลือกผู้แทนของมนุษย์นั่นเอง แต่มิใช่รูปแบบที่เป็นอยู่อย่างปัจจุบันที่มีเรื่องของเงิน อำนาจ ทุนนิยม ผลประโยชน์ และพวกพ้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยแต่การเลือกผู้แทนที่แตกต่างจากลักษณะดังกล่าวคือการเลือกโดยยึดหลักศีลธรรม ความรู้ ความสามารถ มากกว่าเงินทอง ชื่อเสียง ผู้แทนคนใดที่มีความพร้อมทั้งความรู้ในศาสตร์ต่างๆ ทักษะในการทำงานที่ดีเยี่ยม คุณธรรมประจำตนที่พร้อม เขาย่อมได้รับการเป็นผู้แทนแม้ว่าเสียงอาจน้อยกว่าผู้แทนที่มีเงินมากแต่ใช้เงินซื้ออำนาจจากประชาชน อำนาจอธิปไตยมิใช่มาจากมนุษย์หรือผู้แทน ผู้นำการปกครองใดๆทั้งสิ้น แต่อำนาจอธิปไตยมาจากผู้ที่ประสงค์ให้มนุษย์และสรรพสิ่งในโลกมีขึ้นมา ฉะนั้นสิ่งถูกสร้างทั้งหลายในสากลโลกย่อมต้องอ้างอิงและกลับไปต่ออำนาจดังกล่าว เป้าหมายของแนวคิดที่ว่าคือ ความมีเกียรติ ความเสมอภาค เสรีภาพที่มนุษย์ทุกคนพึงมี ซึ่งเป็นของขวัญล้ำค่าที่ควรหวงแหนและนำไปใช้ในเส้นทางสีขาว ดังกล่าวแล้วมนุษย์ทุกคนมีโอกาสแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายทั้งนี้เพื่อก่อเกิดความดีงามต่อสังคมและรักษาไว้ซึ่งความสงบและเสถียรภาพในสังคมอย่างยั่งยืน

     

    No-one may deprive anyone els of his rights and power

    สิทธิเสรีภาพอันพึงมีและถูกทำนอง ย่อมมิถูกลิดรอนโดยผู้ใด

     

    เธอ.....นักศึกษา ถามตัวเองว่ากิจกรรมใดๆที่เธอดำเนินอยู่ทำเพื่ออะไร เพื่อ...ประสบการณ์....สังคมภายนอก...มหาวิทยาลัย...ประชาชน...เพื่อตัวเอง ?

    เธอ.....นักศึกษา เหตุใดแนวโน้มกิจกรรมของเราจึงเป็นแนวบันเทิงหลอกใจ หรือเพื่อความสนใจในตัวเองโดยไม่มองสภาพภายนอกรั้วมหาลัยบ้าง ?

    เธอ.....นักศึกษา หรือว่าผู้ใหญ่ยัดเยียดสนับสนุนพวกเราให้ทำกิจใดๆที่ไม่เอื้อแก่บุคคลที่สามเลยหรืออย่างไร ?

    เธอ.....นักศึกษา หรือสภาพสังคมปัจจุบันไม่เหมือนในยุค 14 16 ตุลา ยุคสมัยมีการผันเปลี่ยน หมุนเวียน แต่อุดมการณ์ที่เราเคยยึดมั่นต้องจางลงด้วยหรือ ฉะนั้นแล้วเมื่อสังคม เวลา สถานที่ เรื่อองราว  ความคิด.....เริ่มแปรผัน เรานักศึกษามาร่วมกันแสวงจุดยืนที่มั่นคง.....เผื่อว่าสถานภาพที่สังคมมอบให้เราที่เรียกว่า นักศึกษา จะมีค่าขึ้นมาบ้างในสถาการณ์บ้านเมืองที่แปรปรวน

     

     

    เรามิอาจเปลี่ยนผู้อื่นได้ แต่เราก็เป็นหนึ่งจุดเปลี่ยนให้สังคมได้

     

    มือเธอ มือเขา มือเรา ใจเธอ ใจเขา ใจเรา เพื่อศรัทธาหนึ่งเดียวและมวลชน

     

     

    ดินสอดำ 4903

    11 กันยายน 2550