สุกรี's profileนกเดินทาง : การเดินทางขอ...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    August 16

    บทสนทนาในสวนดอกไม้

    บทสนทนาในสวนดอกไม้

    แสงตะวันยามเช้าจากฟากฟ้า ทอแสงอบอุ่นอาบทั่วทั้งสวนดอกไม้ ลำแสงอันสว่างสดใสเปี่ยมด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์ เป็นสัญญาณเริ่มต้นวันใหม่ของเหล่าหมู่มวลสรรพสิ่งในสวนดอกไม้  ผีเสื้อหลากสีสันร่อนกายอวดโฉมความงดงามของสีสันบนเรือนร่างอันเกิดจากการสรรค์สร้างอย่างเบิกบาน ดวงตะวันทำหน้าที่อย่างเช่นเคยภายใต้กฎเกณฑ์ที่เป็นอยู่และมันก็ตระหนักว่ามันถูกสร้างมาเพื่อสิ่งใด ส่วนอากาศก็ทำหน้าที่ของมันเช่นกันเพราะถ้าไมมีอากาศเหล่าพืชพันธุ์ก็สร้างร่างกายของมันไม่ได้ซึ้งก็เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่ถูกวางไว้แล้ว  อีกทั้งหมู่นกน้อยก็บินถลา โฉบเฉี่ยว ไปมาในสวนอย่างเสรีดูช่างสุขใจยิ่งหนัก บนพื้นดินและใต้ดินก็มีเหล่ามดงานกำลังกุลีกุจอทำงานอย่างแข็งขัน ไส้เดือนตัวยาวกำลังชอนไชอยู่ใต้ดินยังก่อประโยชน์แก่ต้นไม้อีกต่างหาก อีกด้านหนึ่งของสวนดอกไม้กระรอกสองพี่น้องตัวน้อยวิ่งเล่นไล่กันบนต้นไม้ใหญ่หลังสวน สายลมพัดพาจากจากทิศตะวันตกเหล่ามวลดอกไม้ก็พลิ้วไหวตามแรงลม ทุกสรรพสิ่งในสวนดอกไม้แห่งนี้ดำเนินไปตามหน้าที่ที่มันถูกทำให้เป็น และแน่นอนว่ามันย่อมทำหน้าที่ของมันอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

    นกน้อย  : อัสสาลามมูอาลัยกุม ผีเสื้อแสนสวย

    ผีเสือ    : วัสสาลามมูอาลัยกุม นกน้อย

    นกน้อย  : ผีเสื้อคิดว่าวัยรุ่นสมัยนี้เป็นอย่างไรบ้าง

    ผีเสื้อ      :  ก็อย่างที่เคยเห็นนั่นแหละ วันก่อนมีหญิงชายคู่หนึ่งมาเดินเล่นในสวน ย้ำนะ มากันสอง     คนด้วย ตอนนั้นในสวนไม่มีใครด้วยมันจวนจะมืดแล้ว มนุษย์ตัวน้อยสองเพศนั้นกำลังนั่งคุยกันอยู่บนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่หลังสวน

    นกน้อย  : เขาคุยอะไรกันเหรอ ฉันว่าต้องเป็นเรื่องที่ไร้สาระแน่เลย คงไม่พ้นเรื่องพรุ่งนี้จะไปดูหนังด้วยกัน จากนั้นก็จะไปทานข้าวแถวถนนข้าวสาร พลบค้ำก็ไปเดินเล่นแถวสะพานพุทธ

    ผีเสื้อ        :  แล้วเธอสวมอาภรณ์อย่างไรล่ะ เธอก็สวมกระโปรงสั้นมากเลยแถมเสื้อที่เธอใส่ก็ตัวจี๊ดเดียวสงสารเธอจัง ช่างฉลาดน้อยอะไรเยี่ยงนี้ เธอคงคิดสินะว่านั่นคงเหมาะแล้วกับเรือนร่างของเธอ

    ตะวันเริ่มทอแสงร้อนมากขึ้นผีเสื้อกับนกน้อยจึงชวนกันไปหาพี่ต้นไม้ใหญ่หลังสวนระหว่างทางที่บินไปก็เจอกับแมลงปอจึงชวนกันไปด้วยกัน ทั้งสามบินไปเกาะบนกิ่งไม้แล้วกล่าวทักทายพี่ต้นไม้ใหญ่

    พี่ต้นไม้ใหญ่ : อ้าว นกน้อย ผีเสื้อ นั่นแมลงปอก็มาด้วย

    ผีเสื้อ              : เป็นยังไงบ้างคะพี่ต้นไม้ใหญ่ เมื่อวานพี่คงเห็นชายหญิงคู่หนึ่งมานั่งใต้พี่ต้นไม้สิ

    พี่ต้นไม้ใหญ่  : ใช่แล้ว นี่ถ้าพี่สามารถพูดภาษามนุษย์ได้พี่จะสั่งสอนซะหน่อย

    แมลงปอ     : พี่จะสอนเขาเรื่องอะไรเหรอ

    นกน้อย       : ผมว่าต้องเป็นเรื่องผู้หญิงแน่เลยใช่ไหมพี่ต้นไม้

    พี่ต้นไม้ใหญ่  : ใช่แล้ว เดี๋ยวพี่จะพูดถึงผู้หญิงในอิสลามให้ฟังว่าอิสลามกล่าวถึงสตรีไว้ว่าอย่างไร ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจในเรื่องของสังคมมนุษย์กันก่อนนะ นับตั้งแต่การเกิดขึ้นของยุคแห่งการรู้แจ้งในยุโรปที่ให้ความสำคัญกับสติปัญญา  การใช้เหตุผล  กระบวนการได้มาซึ้งความรู้มาจากการใช้ประสาทสัมผัสของมนุษย์ซึ้งเชื่อว่าประสาทสัมผัสของตนนั้นดีที่สุดแล้ว อีกทั้งยังปฏิเสธศาสนากล่าวหาว่าเป็นเพียงระบบความเชื่อหนึ่งที่มนุษย์ปั้นแต่งมาหลอกลวงกัน ส่วนจุดมุ่งหมายของการพัฒนาคือ การพัฒนาวัตถุจนเป็นที่มาของการปฏิวัติอุตสาหกรรมในเวลาต่อมาซึ้งสร้างเทคโนโลยีสมัยใหม่มากมายซึ้งแน่นอนว่ามันย่อมสร้างคุณประโยชน์ต่อชีวิตของพวกมนุษย์อย่างใหญ่หลวง

    ผีเสื้อ         : แล้วข้อด้อยของปรากฏการณ์นี้คืออะไรคะ เห็นมันก็สร้างประโยชน์เยอะแยะเลย

    พี่ต้นไม้ใหญ่ : จุดด้อยของยุคนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเทคโนโลยีที่มนุษย์ประดิษฐ์แต่อยู่ที่ตัวมนุษย์เองต่างหาก คืออย่างนี้นะผีเสื้อแสนสวย จากการที่เน้นการพัฒนาด้านวัตถุแต่ละเลยด้านจิตใจ คุณธรรมจริยธรรมตามแบบฉบับของศาสนา ทำให้วัตถุมีอำนาจเหนือจิตใจเพราะว่ามนุษย์ไม่มีหลักยึดถือทางศาสนาใดๆมาคอยถ่วงดุลอำนาจของวัตถุ

    แมลงปอ   : ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าระหว่างวัตถุและจิตวิญญาณต้องสมดุลกันใช่ไหมคับพี่ต้นไม้

    พี่ต้นไม้ใหญ่ : เก่งมากเจ้าแมลงปอ จะเน้นอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ถ้าเราเน้นทางวัตถุมากจิตใจมนุษย์ก็จะต่ำลงอย่างชายหญิงสองคนเมื่อวานไง

    นกน้อย     :   ผมได้ยินเด็กมุสลิมกลุ่มหนึ่งที่มาเดินเล่นในสวนเมื่อวันก่อนคุยกันว่าอารยธรรมตะวันตกโดยเฉพาะอเมริกาที่อ้างว่าเป็นถิ่นศิวิไลซ์กลับพบว่าเกิดอาชญากรรมมากเป็นอันดับต้นๆของโลก

    พี่ต้นไม้ใหญ่ : ใช่แล้วจ๊ะนกน้อย นี่แหละผลของการพัฒนาแต่ด้านวัตถุหละ ในอีกด้านหนึ่งถ้า เน้นย้ำด้านจิตวิญญาณของชีวิตแต่ละเลยแง่มุมทางวัตถุและโลก ลักษณะเช่นนี้คือการมองโลกในฐานะมายาภาพซึ้งเป็นสิ่งหลอกลวง อิสลามแสดงให้เห็นสัจธรรมที่ครอบคลุมที่สุดทั้งสมบูรณ์และสมดุลระหว่างสองสิ่งนั้น

    นกน้อย        : ผมอยากรู้ว่าอิสลามกล่าวถึงวัตถุและจิตใจว่าอย่างไรคับพี่ต้นไม้

    พี่ต้นไม้ใหญ่ : ฟังให้ดีนะนกน้อย ผีเสื้อ แมลงปอด้วย ลักษณะเฉพาะของอิสลามก็คืออิสลามไม่ได้แบ่งชีวิตออกเป็นสองส่วนและมิได้ขอให้มนุษย์หลีกเลี่ยงสิ่งต่างๆที่เป็นวัตถุ

    โอ้พระผู้เป็นเจ้าของเรา โปรดประทานให้แกพวกเรา ซึ่งสิ่งดีงามในโลกนี้ และสิ่งดีงามในโลกหน้า(อัลกรุอาน 2:201)

    การเน้นย้ำไปที่ด้านใดด้านหนึ่งเพียงอย่างเดียวคือการพังทลายของชีวิตมนุษย์ คำสอนของอิสลามมีความสอดคล้องสำหรับจิตวิญญาณและความต้องการของมนุษย์ในทางโลก เน้นการปฏิบัติตนด้วยศีลธรรมที่งดงาม สมบูรณ์และเป็นจริงต่อสภาพของมนุษย์

    แมลงปอ      : พี่ต้นไม้ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องของสตรีในอิสลามเลยคับ

    พี่ต้นไม้ใหญ่ : เออ พี่ลืมไปเลย ฟังนะแมลงปอในสังคมมนุษย์ปัจจุบันต่างกล่าวหาว่าอิสลามกีดกันความเป็นผู้หญิงในพื้นที่ของสังคม  

     มนุษย์ชาติทั้งหลาย จงยำเกรงพระเจ้าของพวกเจ้าที่ได้บังเกิดพวกเจ้ามาจากชีวิตหนึ่ง และได้ทรงบังเกิดจากชีวิตนั้นซึ้งคู่ครองของเขา และได้ทรงแพร่สะพัดไปจากทั้งสองนั้น ซึ้งบรรดาหญิงและชายมากมาย (อัลกรุอ่าน 4:1)   และชายหญิงที่มาเดินเล่นในสวนเมื่อวานนี้ก็เป็นผลผลิตจากแนวคิดแบบแยกชีวิตออกจากศาสนา นอกจากนี้แล้วยังมีตัวอย่างอีกมากมายที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดดังกล่าว

    นกน้อย        : ระบบการศึกษาในปัจจุบันใช่ไหมคับพี่ต้นไม้ ระบบการศึกษาในปัจจุบันที่เป็นผลสืบเนื่องจากยุคแห่งการรู้แจ้งซึ้งผมคิดว่าไม่ใช่ยุคแห่งการรู้แจ้งที่แท้จริงหรอก ระบบการศึกษาที่ละเลยการศึกษาทางศีลธรรมศาสนา นอกจากนี้แล้วยังมีระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่เน้นการครอบครองปัจจัยวัตถุให้มากที่สุด  ฝ่ายสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ซึ้งมีพื้นฐานมาจากการมองวัตถุเพียงด้านเดียวอีกทั้งยังกล่าวหาอีกว่าศาสนาคือสิ่งเสพติด ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ยึดหลักเสียงข้างมากและอำนาจอธิปไตยอันสมบูรณ์ของมนุษย์ ระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยมที่ปลดเปลื้องสิทธิของมนุษย์ในการครอบครองสิ่งใดๆ

    พี่ต้นไม้ใหญ่ : เก่งมากจ้าวนกน้อย คุณค่าสำหรับชีวิตมนุษย์นั้นอิสลามได้เข้าไปในทุกส่วนกิจกรรมของมนุษย์รวมทั้งเรื่องเศรษฐกิจภายใต้บรรทัดฐานทางศีลธรรมอิสลาม ความเสมอภาคในการได้รับปัจจัยยังชีพ อีกทั้งอิสรภาพของปัจเจกบุคคลในกรรมสิทธิ์ของตนเอง

    พวกเจ้าจงกินและจงดื่มจากปัจจัยยังชีพของอัลเลาะฮ์และจงอย่าก่อกวนในแผ่นดินในฐานะผู่บ่อนทำลาย (อัลกรุอ่าน2:60)

    มนุษย์ควรได้รับความพอใจในสิ่งที่ผู้เป็นเจ้าทรงมอบให้ภายใต้กฎเกณฑ์ทางคุณธรรมอิสลามเพราะมนุษย์นั้นถูกสร้างมาด้วยผู้ทรงรู้และไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจใดนอกจากพระองค์เท่านั้น   กลไกตลาดในระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมอาจเป็นตัวตัดสินศีลธรรมของสังคมกล่าวคือ ในสังคมใดๆที่จะตัดสินว่าควรใช้ทรัพยากรผลิตปัจจัยใดๆ ขึ้นอยู่กับความต้องการของคนในสังคมเป็นหลักซึ้งเป็นแหล่งตลาดของผลผลิต ถ้าความต้องการในขณะนั้นคือการบริโภคเหล้าแสดงว่าความต้องการของตลาดคือเหล้า  ฉะนั้นสังคมจึงตัดสินว่าควรผลิตเหล้าทั้งนี้เพื่อที่ว่าผู้ผลิตจะได้กำไรสูงสุด(แล้วผู้ดื่มเหล้าล่ะ)  แต่ในอิสลามการจัดสรรทรัพยากรสู่สังคมนั้นอันดับแรกต้องสอดคล้องกับบรรทัดฐานแบบอิสลามแล้วจึงเป็นไปตามความต้องการของผู้บริโภค จะเห็นได้ว่าทุนนิยมนั้นจะเน้นลักษณะทางโลกเช่นเดียวกับสังคมนิยมซึ้งแม้ว่าจะยอมรับความเท่าเทียมกันในการถือครองปัจจัยแต่ก็ยังอยู่ภายใต้การบงการของกลุ่มอำนาจในสังคม

                ณ โคนของพี่ต้นไม้ใหญ่มีสิ่งที่ถูกสร้างอีกสิ่งหนึ่งกำลังไต่มาตามความสูงอย่างกุลีกุจอ แรงลมจากฝากพี่ทิศตะวันตกเกือบทำให้เจ้ามดตัวน้อยตกจากพี่ต้นไม้ใหญ่ เสียงที่มาพร้อมกับแรงลมนั้นเป็นคำกล่าวขอโทษของพี่แรงลมต่อมดตัวน้อยที่เกือบทำให้จ้าวมดตัวน้อยตกจากพี่ต้นไม่ใหญ่  ส่วนเหล่าดอกไม้หลากสีสันก็กล่าวขอบคุณต่อพี่แสงตะวันที่ทำให้พวกเขาสามารถเจริญเติบโตได้อีกทั้งยังเสริมความงดงามภายในสวนอีกด้วย

    พี่แสงตะวัน : จ้าวดอกไม้แสนสวยทั้งหลายไม่ต้องมาขอบคุณข้าหรอกเพราะข้าก็เป็นสิ่งที่ถูกเหมือนพวกจ้าวนั่นแหละ ฉะนั้นพวกเราทั้งหลายในสวนแห่งนี้ต้องขอบคุณต่อผู้ที่สร้างเรามาซิ

    มดตัวน้อย   : ใช่แล้ว พวกเราทั้งหลายถูกสร้างมาอย่างสมบูรณ์ทั้งหน้าที่และวัตถุประสงค์ด้วย

    พลานุภาพอันยิ่งใหญ่ของผู้ทรงเอกะ

    พี่ต้นไม้ใหญ่ : การมีอยู่ของพวกเราทั้งหมดล้วนเป็นหลักฐานที่แสดงถึงการมีอยู่ของผู้ทรงสร้างและพระองค์นั้นทรงมีมาแต่เดิม พระองค์ทรงเป็น ทรงพูด ทรงเห็น ทรงได้ยิน ทรงดำรงด้วยพระองค์เอง ทรงมีความสารถ ทรงรอบรู้ และทรงมีคุณลักษณะอื่นๆอีกมากมายที่ไม่มีผู้ใดรู้นอกจากอัลเลาะฮ์

    นกน้อย        : แสดงว่าสิ่งทั้งหลายที่ถูกสร้างมาย่อมเกี่ยวข้องเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ใช่ไหมคับ

    พี่แรงลม      : ใช่แล้วนกน้อย จ้าวรู้ไหมว่าทำไมจ้าวจึงสามารถบินได้

    นกน้อย      : แน่นอนคับ ผมมีปีกที่ถูกสร้างมาให้บินได้ อีกทั้งยังมีพี่แรงลมที่คอยช่วยให้ทรงตัวบินถลาไปในอากาศได้

    พี่ต้นไม้ใหญ่ : ส่วนเหล่าพืชพันธุ์อย่างข้าถ้าไม่มีพี่อากาศและพี่แสงตะวันรวมถึงพี่ดินฉันก็สร้างอาหารให้ตัวเองไม่ได้

                    แสงตะวันเริ่มคล้อยต่ำ ลำแสงเริ่มลดความร้อนลงอันเป็นสัญญาณของยามเย็น กระรอกตัวน้อยสองพี่น้องได้เวลาออกมาวิ่งเล่นอีกแล้ว เหล่าจ้าวมดงานกำลังเร่งเดินกลับรังดูเป็นแถวยาวหลังจากเหนื่อยกับการหาอาหารมาทั้งวัน เหล่าผีเสื้อหลากสีสันสวยงามเกาะอยู่บนกลีบดอกไม้หลากสีสัน บนยอดต้นไม้ใหญ่ครอบครัวนกน้อยกำลังพูดคุยถึงหน้าที่ของตนในวันพรุ่งนี้

    ฝูงแมลงปอกำลังบินว่อนอยู่เหนือสระน้ำท้ายสวน กล่าวคำลากลับบ้านของตนกับครอบครัวปลาในสระน้ำซึ้งมีดอกบัวกำลังปิดประตูบ้าน  อีกริมรั้วด้านหนึ่งของสวน ดอกไม้กำลังชูช่ออวดโฉมความงดงาม  รับแสงสุดท้ายของวัน ใบไม้พลิ้วไหวตามแรงสายลม บ้างก็ร่วงหล่นสู่ลานหญ้าเขียวละลานตา  ริมทางเดินเข้าสวนหินก้อนเล็กสวยได้รูปถูกวางจัดเรียงไว้อย่างสวยงาม ชิงช้าขนาดนั่งสองคนผูกด้วยเชือกสีฟ้าใต้ต้นไม้ใหญ่ไกวไปมาตามแรงลม  ม้านั่งขนาดนั่งสบายถูกวางไว้ใต้ร่มไม้ ศาลาไม้กลางสวนขนาดนั่งพอดีสี่ห้าคน  บรรยากาศในสวนยามนี้เย็นสบายยิ่งหนัก  นกน้อยยืนเกาะอยู่บนรั้วของสวนดอกไม้มองเห็นนักศึกษามุสลิมกลุ่มหนึ่งกำลังเดินเข้ามาในสวนพร้อมด้วยอาวุธที่ผู้ทรงเอกะให้มาในมือของเขาคนละเล่ม นกน้อยถามตัวเอง สิ่งใดกัน ในมือของเด็กเหล่านั้น ?  

     

                                                                                                  The Black Pencil

                                                                                                       26 กรกฎาคม 2550

    ที่มา sunnhstudent.com 

    The Sovereignty

                                     อำนาจอธิปไตยที่ แท้จริง ที่มิได้มาจากปวงชน

    ไม่มีการตัดสิน (ของใครทั้งสิน) นอกจากเป็นสิทธิของอัลลอฮเท่านั้น พระองค์ทรงบัญชาว่า พวกท่านอย่านมัสการ (ผู้ใด) นอกจากพระองค์เพียงผู้เดียว นี่เป็นแนวทางที่ถูกต้อง (ของชีวิต)

    (อัลกุร-อาน 12:40)

    พวกเขากล่าวว่า มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดจากกิจการนั้นเป็นสิทธิของเราบ้างไหม? จงกล่าวเถิดว่า แท้จริงกิจการทั้งหมดนั้นเป็นสิทธิของอัลลอฮ์เท่านั้น’ ”(อัลกุร-อาน -3:64)

    และพวกเจ้าอย่ากล่าวเท็จต่อสิ้นที่ลิ้นพวกเจ้าพรรณนาไว้ว่า สิ่งนี้อนุมัติและสิ่งนี้ต้องห้าม

    (อัลกุร-อาน 16:116)

    และผู้ใดมิได้ตัดสินด้วยสิ่งที่อัลลอฮ์ได้ทรงประทานลงมาแล้วเขาเหล่านั้นแหละคือผู้ปฏิเสธการศรัทธา (อัลกุร-อาน 5:44)

    ระบอบการปกครองที่รัฐ(Nation state) ต่างๆทั่วโลกใช้ปกครองบ้านเมืองในปัจจุบันอาจกล่าวได้ว่า ระบอบประชาธิปไตยได้รับการยอมรับและนำไปใช้มากที่สุด อาจด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุดที่มนุษย์ผู้มีขีดจำกัดบางอย่าง สามารถคิดค้นมาใช้ได้หรืออาจเป็นระบอบเดียวที่สามารถตอบสนองอารมณ์ฝ่ายต่ำของมนุษย์ได้ กล่าวคือ ระบอบประชาธิปไตยสามารถเปลี่ยนสิ่งที่ผิดศีลธรรมซึ้งทำลายคุณค่าความดีงามให้เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายได้อีกทั้งสังคมก็ยอมรับได้ เช่น การทำให้หวยใต้ดินมาอยู่บนดิน (จะได้ซื้อกันง่ายขึ้น) อันเป็นการเสริมให้มนุษย์กระทำสิ่งที่ผิดศีลธรรมแต่ถูกกฎหมาย? รวมถึงการเปิดบ่อนกาสิโนกิจการซึ่งสร้างรายได้อย่างมหาศาลแต่ขณะเดียวกันก็ทำลายมนุษย์อย่างเลือดเย็นเช่นกัน ทั้งสองกิจกรรมดังกล่าวระบอบประชาธิปไตยสามารถทำให้เป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ โดยใช้หลักการเสียงข้างมากในการตัดสินความถูกต้องของกิจกรรมดังกล่าว

    แก่นสารของประชาธิปไตย

     คำว่า Democracy มาจากคำในภาษากรีก 2 คำ ได้แก่ คำว่า Demos และ Kratia อันหมายถึง การปกครองโดยประชาชน ซึ่งแสดงทางการเมืองในการปกครองตนเองโดยใช้ระบบตัวแทนผู้ซึ่งได้รับการเลือกตั้งโดยประชาชน จะเห็นได้ว่าแก่นของประชาธิปไตยคือการปกครองโดยกลุ่มส่วนใหญ่และมีการเคารพเสียงข้างมาก ส่วนเสียงข้างน้อยก็ควรให้ความไว้วางใจเสียงส่วนใหญ่แต่เสียงส่วนใหญ่ก็ต้องเคารพเสียงข้างน้อยด้วย แต่โดยสภาพความจริงในทางปฏิบัติเสียงส่วนใหญ่กลับครอบครองอำนาจมากกว่า เป็นผู้ออกฎหมายและบังคับใช้กฎหมายเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มใหญ่ โดยที่ฝ่ายเสียงส่วนน้อยไม่สามารถกระทำการสิ่งใดๆได้เลย เนื่องจากอุปสรรคของจำนวนเสียงที่น้อยกว่า

    ฐานคติและหลักการแห่งประชาธิปไตยสมัยใหม่มีรากฐานมาจากนักคิดในช่วงของยุคสมัยแห่งการรู้แจ้ง? (The Enlightenment) ในยุโรปอันเป็นยุครุ่งเรืองของแนวความคิดเกี่ยวกับโลกานิยม (Secularism) โดย Niccolo Machiavelli แนวคิดสัญญาประชาคมและรัฐเป็นใหญ่โดย Thomas Hobbes แนวคิดเสรีนิยมและการแบ่งแยกอำนาจทางการปกครอง โดย John Locke รวมถึงแนวคิดอำนาจอธิปไตยและสัญญาประชาคมของ Jean Jacques Rousseau

    หลักการปกครองแบบประชาธิปไตยจะแบ่งแยกเรื่องทางโลกออกจากความเชื่อทางศาสนา ให้ความสำคัญต่อความสามารถและสติปัญญาของมนุษย์ ยกย่องมนุษย์เป็นเสมือนพระเจ้า ในการที่มนุษย์สามารถรู้แจ้งทุกอย่างได้ด้วยสติปัญญาและความสามรถในการใช้ประสาทสัมผัสพิสูจน์ความรู้ในระดับต่างๆเท่าที่ประสาทสัมผัสของมนุษย์หยั่งถึงได้ กล่าวคือ แนวคิดแบบแยกเรื่องทางโลกออกจากความเชื่อทางศาสนานี้จะยึดกฎเกณฑ์เชิงประจักษ์นิยม(Empirical) คือสามารถพิสูจน์ซ้ำๆและเห็นได้โดยปราศจากข้อสงสัย จะเห็นได้ว่าระบอบประชาธิปไตยให้ความสำคัญในความสมบูรณ์ของปัจเจกชนซึ่งมีพร้อมด้วยความสามารถ สติปัญญาอยู่ในตัว ฉะนั้นการปกครองจึงเป็นไปเพื่อเอื้อต่อปัจเจกชน หาใช้เพื่ออื่นใดทั้งสิ้น ค่านิยมของประชาธิปไตยคือ หลักเสรีภาพ อันหมายถึงอิสรภาพแห่งบุคคลที่ฝันใฝ่ใดๆในชีวิต สิทธิส่วนบุคคล อันหมายถึงอิสราภาพเฉพาะตัวบุคคล และภราดรภาพอันหมายถึงสิทธิแต่ละปัจเจกชนสามารถเข้าไปมีส่วนในการกำหนดนโยบายใดๆของรัฐบาลได้อย่างเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมายที่เขียนขึ้น

    หลักการและฐานคติของประชาธิปไตย ดูเหมือนว่าจะล้มเหลวโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปกครองคนส่วนใหญ่ที่ละเมิดเสียงส่วนน้อย กีดกันไม่ให้มีส่วนร่วมและการกดขี่ของเสียงส่วนใหญ่ต่อเสียงส่วนน้อยหรือแม้แต่กลายเป็นเผด็จการประชาธิปไตย

    การปกครองแบบอิสลาม

    อิสลามยึดถือในหลักของความเสมอภาพและหลักแห่งนิติธรรม อาศัยหลักการที่เรียกว่าชูรอ (หลักการว่าด้วยการหารือ) และ อิจมาอ์ (หลักการว่าด้วยความเห็นพ้องกันของนักวิชาการมุสลิม) เพื่อบรรลุข้อที่ว่ารัฐบาลต้องไม่ปกครองโดยอาศัยเฉพาะกฎหมายบัญญัติเท่านั้น แต่ควรคำนึงถึงเจตนารมณ์ของผู้อยู่ใต้ปกครองด้วย

    คัมภีร์อัลกุรอานและซุนนะฮ์ ได้ให้เค้าโครงที่ชัดเจนของแบบแผนทางการเมืองซึ่งสามารถทำให้บรรลุได้ในทุกสถานการณ์ ระบอบการเมืองแบบอิสลามวางอยู่บนความสัมพันธ์ระหว่างหลักการเตาฮีด(หลักเอกภาพและการเป็นพระเจ้าหนึ่งเดียวของอัลลอฮ์) ชารีอะห์ (กฏหมายอิสลามตามหลักการแห่งอัลกุรอานและซุนนะฮ์) การสถาปนาความยุติธรรม เสรีภาพ (สิทธิที่จะกระทำภายใต้หลักการชารีอะห์) ความเสมอภาพ และการชูรอ รากฐานองค์ประกอบสำคัญของอำนาจทางการเมืองนี้ คือ หลักการอุมมะฮ อันเป็นระเบียบทางสังคมแบบอิสลาม ระบอบการเมืองแบบอิสลามคือ รัฐธรรมนูญที่ตั้งอยู่ภายใต้หลักการแห่งกฎหมาย ชารีอะห์ โดยผู้นำสูงสุดจะได้รับความไว้วางใจให้รับผิดชอบบริหารกิจการภาครัฐ ซึ่งผู้นำมีอิสระภายใต้หลักการชารีอะห์และอุมมะฮ

    หลักการชารีอะห์จะแตกต่างจากกฎหมายทั่วไปที่สร้างโดยมนุษย์ กล่าวคือ บทบัญญัติที่สร้างโดยมนุษย์นั้นมีความไม่แน่นอน อดีตเคยเขียนแบบหนึ่งปัจจุบันก็ต้องเขียนใหม่อีกแบบหนึ่งเนื่องจากว่า บทบัญญัตินั้นไม่สามารถตอบสนองความต้องการของมนุษย์ได้ ฉะนั้นจึงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาโดยใช้เสียงข้างมากเป็นผู้มีอำนาจในการตรากฎหมาย แสดงว่าจะมีการสร้างบทบัญญัติใหม่ๆอย่างไม่จบสิ้น

    ข้อแตกต่างระหว่างระบอบการเมืองแบบอิสลามกับระบอบประชาธิปไตย(ตะวันตก)มาจากการยึดมั่นในกรอบความคิดเห็นที่ต่างกัน ในเรื่องของอำนาจอธิปไตยสูงสุด กล่าวคือ อำนาจอธิปไตยอันสำคัญสูงสุดในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยมาจากปวงชน แสดงว่าปวงชนสามารถออกกฎหมายใดๆก็ได้ตราบเท่าที่มีเสียงข้างมากแม้ว่าเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องที่ผิดศีลธรรม แต่ถ้าเป็นความต้องการของคนส่วนใหญ่ก็สามารถทำให้ถูกกฎหมายได้ด้วยหลักการภายใต้ระบอบประชาธิปไตย

    สำหรับอิสลามนั้นรัฐธรรมนูญและกฎหมายใดๆต้องวางอยู่ภายใต้ อัลลอฮ์ผู้เป็นเจ้าซึ่งมีอำนาจสูงสูด ไม่ว่าบุคคลใดทั้งปัจเจกชนหรือกลุ่มคณะทั้งมวลต่างไม่อาจมีสิทธิกำหนดกฎเกณฑ์ใดๆต่อบุคคลอื่น นั้นคือกฎหมายมิได้แสดงถึงเจตจำนงทั่วไปของประชาชน แต่กฎหมายคือ สิ่งศักดิ์สิทธ์ซึ่งมาจากผู้เป็นเจ้า อำนาจอธิปไตยจึงมาจาก อัลเลาะฮ์ ดังนั้นมุสลิมจึงต่างปรารถนาเชื่อฟังในหลักการชารีอะห์

    ระบบชูรอ เป็นระบบที่มอบกระบวนการให้มุสลิมมาร่วมกันในการพิจารณาประเด็นปัญหาสำคัญที่เกิดขึ้น และตัดสินความภายใต้หลักการชารีอะห์ ลักษณะเช่นนี้เป็นการตัดสินใจร่วมกันและแสดงความคิดเห็น ส่วนประชาธิปไตยแบบตะวันตกให้การยอมรับต่อภาวการณ์ของการขัดแย้งและการประนีประนอมว่าเป็นเรื่องปกติในทางการเมือง บนแนวคิดการจัดการผลประโยชน์ที่เกิดความขัดแย้งสามารถตอบสนองอิทธิพลของกลุ่มต่างๆได้อย่างสูงสุดตามหลักการดุลแห่งอำนาจ (Balance of Power) ซึ่งยึดหลักแบบวิถีโลก คือ การดำเนินแนวปฏิบัติแบบวัตถุเหตุผลนิยมโดยละเลยวิถีแห่งสัจจะความจริงเกี่ยวกับโลกจักรวาล กาลเวลา รวมถึงจิตวิญญาณของมนุษย์ที่ลัทธิมนุษยนิยม(Humanism)ละเลย

    โครงการส่งออกประชาธิปไตยแบบตะวันตก กำลังสร้างเส้นร้าวฉานในดินแดนต่างๆทั่วโลกด้วยแนวคิดของของตะวันตกที่เชื่อว่าประชาธิปไตยของเขานั้น สามารถสร้างความเจริญ(วัตถุ)เพียงอย่างเดียวได้เหมือนกับที่ชาติตนประสบความสำเร็จมาแล้วแต่กำลังจะล้มสลายในตัวมันเอง จะสร้างระบอบการปกครองที่ดีในดินแดนต่างๆทั่วโลกได้ หรือนี่อาจเป็นลัทธิจักรวรรดินิยมแบบใหม่ ทั้งนี้เพื่อเป็นพรมปูทางให้อำนาจของตะวันตกสามารถเดินเข้ามาในชาติต่างๆได้อย่างง่ายได้ด้วยระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย

     

                                                       The Black Pencil

    ที่มา: www.midnightuniv.org

          : คุรชีค อะห์หมัด เรียบเรียง จรัญ มะลุลีม แปล.อิสลามควาหมายและคำสอน.กรุงเทพมหานคร:อิสลามิคอะเคเดมี ,2541