สุกรี's profileนกเดินทาง : การเดินทางขอ...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
November 24 สะพายย่ามเดินทาง
สะพายย่ามเดินทาง
กริ่ง กริ่ง กริ่ง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
เสียงนาฬิกาปลุก บนหัวเตียง ส่งเสียงปลุกเจ้าของมา 5 นาทีแล้ว มือดำหยาบกระด้างยื่นมาที่เสียงนั้น พร้อมกดปุ่ม บนวัตถุที่ส่งเสียง
เจ้าของนาฬิกาปลุกยกหัวอันหนักอึ้งเพราะความงัวเงีย มองที่หัวเตียง สิ่งนั้น มันบอกว่า ตอนนี้ ตี 5 กว่าแล้ว เขายกตัวขึ้นจากเตียงฟูกนอนที่นุ่ม ชวนให้หลับต่อมากกว่า ตื่นมาทำอะไรบางอย่าง
“ตื่น ตื่น ตื่น” เขาเตือนสติตัวเอง
สองเท้าก้าวเดิน เปิดประตู เลี้ยวขวา เข้าไปทำธุระส่วนตัวเรียบร้อย กลับเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าที่สดชื่น หลังจัดแจงกับตัวเองเรียบร้อยแล้ว “สองเท้าขนานกัน หันหน้าไปยังทิศทางเดิม จิตใจมุ่งสู่พระองค์ ร่างกายเขาเคลื่อนไหว เปล่งวาจา นมัสการต่อเอกองค์ผู้ทรงรอบรู้ (แท้จริงอัลเลาะฮ์ทรงรอบรู้อย่างละเอียดถี่ถ้วน 31/34)”
“ผมชนะซาตานที่คอยหลอกล่อผมอีกครั้งแล้ว ตอนนี้มันคงโกรธผมมากเลย” เขานึกในใจหลังจากปิดหนังสือเล่มนั้นที่เขาเคยอ่านอยู่เสมอ สมัยเด็กพ่อของเขาย้ำเสมอว่าให้อ่าน และศึกษามันอย่าทิ้งเป็นอันขาด ทุกวันนี้เขายังคงปฏิบัติอย่างที่พ่อเคยบอกไว้ แม้บางครั้งอาจไม่ได้ทำบ้าง ด้วยภารกิจที่มากมาย
นาฬิกาที่ผนังห้องบอกเวลา 8 โมงเช้าแล้ว วันนี้เขาตั้งใจจะไปหาเพื่อนที่มหา”ลัยริมแม่น้ำ หยิบย่ามใบขาวขนาดพอเหมาะ ด้านหนึ่งของย่ามสกรีนคำว่า MALSI พร้อมกับหนังสือ สี่ ห้าเล่ม หยัดใส่ในย่ามนั้น สองเท้าก้าวเดินไปที่ป้ายรอรถเมล์ เขาเห็นมีคนนั่งอยู่สอง สาม คนแล้ว เขามองหาที่นั่งว่างสักที่หนึ่ง ด้านหนึ่งของป้ายรถเมล์เขามองเห็นชายชรา ดูเหมือนว่าจะไม่มีขาข้างหนึ่ง เสื้อผ้าขาดวิ่นพลิ้วตามแรงลม ตั้งแต่เขามาอยู่ในเมืองหลวงเมื่อสามปีที่แล้ว
คราใดที่เดินข้ามสะพานลอยในเมืองเขามักเห็นคนอย่างชายชรานั้นนั่งอยู่บนสะพานลอย ในมือมีแก้วพลาสติกเก่าๆ กับเหรียญบาทสองสามเหรียญ บ้างก็เป็นหญิงชราที่ผมเผ้ายุ่งเหยิง บางครั้งก็เห็นหญิงวัยกลางคน พร้อมเด็กน้อยนอนบนตัก ใส่เสื้อเก่าขาดวิ่น ตรงหน้ามีกระดาษหนังสือพิมพ์พับสี่เหลี่ยมวางอยู่ ถัดจากกระดาษสีเหลี่ยมมีขันใบเล็ก ๆ สีเครอะวางอยู่ ในนั้นมีใบยี่สิบกับเหรียญห้าบาทวางอยู่ สองมือกับประกบกันยกขึ้นเหนือหัว ก้มลงบนกระดาษสี่เหลี่ยมตรงหน้า หญิงวัยกลางคนจะทำเช่นนี้เสมอเมื่อมีคนเดินผ่าน พร้อมกับกล่าวอะไรบางอย่างเพื่อขอความเมตตาจากคนที่ใช้สะพานเป็นทางผ่าน และในบางครั้งเขาก็เห็นเป็นเด็กน้อยน่าสงสาร นัยน์ตาผิดหวัง ถือแก้วพร้อมเรียกความสงสารจากคนผ่านไปมา นี่คือสิ่งปกติที่เขาเห็นตั้งแต่เข้ามาอยู่ในเมืองหลวง และเห็นเป็นประจำโดยเพาะในบริเวณที่มีคนพลุกพล่าน เสียงแตรบนถนนที่คลาคล่ำไปด้วยพาหนะ สี่ล้อ สองล้อที่โฉบเฉี่ยวไปตามช่องว่างของรถยนต์ ทำให้เขาตื่นจากการครุ่นคิดภาพที่เคยเห็นติดตา รถเมล์ที่เขาใช้เป็นพาหนะไปยังที่ที่ต้องการมาแล้ว มันจอดห่างเลยป้ายที่เขารออยู่สิบเมตร เขาก้าวถี่เร็ว คนอื่นที่นั่งรอมาก็เช่นเดียวกัน ต่างก้าวเท้าเร็วกว่าปกติ เพื่อให้ทันรถเมล์ที่ดูเหมือนว่าจะรีบเสมอ เขาก้าวเท้าขึ้นไปบนเครื่องยนต์เก่าคร่ำครึนั่น เบียดตัวก้าวไปท้ายรถ พยายามหาที่นั่ง มีที่ว่างข้างหลังที่หนึ่ง ข้างๆ มีชายวัยกลางคนเครายาวดำสนิทนั่งอยู่ เขามองไปยังที่ว่างนั้นก้าวเท้าพาตัวเองไปหย่อนกายนั่งลง พร้อมกล่าวกับชายกลางคนนั้น เขานั่งมองความเคลื่อนไหวบนถนน
ข่าวในจอทีวีสี่เหลี่ยมที่เขาดูเมื่อคืนรัฐบาลประกาศนโยบายขจัดความยากจน ถ้าเขาจำไม่ผิด นโยบายลักษณะเดียวกันนี้เคยได้ยินมาแล้วสมัยที่เขาเรียนประถมปลาย อาจารย์ที่โรงเรียนเคยเล่าให้ฟัง วันนี้นโยบายนั้นก็ยังอยู่ สงสัยความจนยังไม่จากไปมั่ง
รัฐบาลบอกว่าต้องเร่งพัฒนาเศรษฐกิจให้เจริญก้าวหน้า เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน หลักการนี้เขานั่งฟังอาจารย์บรรยายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ความรู้สมัยใหม่บอกว่าระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพในการกระจายทรัพยากร(ความมั่งคั่ง) และย้ำว่าอย่างเป็นธรรมและทั่วถึงด้วย ทำให้มีความเป็นอยู่ที่ดี การแสวงหากำไรสูงสุดคือสิ่งที่ชอบธรรมและเป็นเป้าหมายของการผลิต
แนวคิดสมัยใหม่ที่พยายามแสวงหาวิธีการกระจายรายได้เพื่อผลประโยชน์สูงสุด ซึ่งเกิดแนวคิดต่างๆมากมาย แต่ยังไม่เจอหนทางที่ดีและยุติธรรมมากที่สุด เพราะชายชรา หญิงวัยกลางคน เด็กน้อยเหล่านั้นปรากฏทั่วไปในเมืองหลวง สังคมปัจจุบันเชื่อว่า ความอยู่ดีกินดี คือเป้าหมายสูงสุดในการพัฒนาสังคม ย่อมหมายความว่า ต้องทำให้เกิดการผลิตอย่างเต็มที่ ชักชวนการบริโภคอย่างมากมาย(นายทุน พ่อค้าจะได้ขายของได้) โดยมิได้กล่าวถึงอีกด้านหนึ่งของชีวิตมนุษย์ที่ดำรงอยู่ในสังคมนั่นคือจิตใจ กล่าวอีกอย่างคือ การพัฒนาด้านวัตถุมาก่อนทางจิตใจ
ความคิดแบบลัทธิคอมมิวนิสต์มากซิสต์ไม่ยอมรับศาสนาอย่างสิ้นเชิง กล่าวคือ ศาสนาเป็นเพียงเครื่องมือที่ชนชั้นนำกุประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้ควบคุม ปกครอง คนในสังคม เป็นยาเสพติด ส่วนความคิดแบบสังคมนิยมและทุนนิยมยอมรับในศาสนาและไม่บังคับในเรื่องศาสนา แต่มีเงื่อนไขว่า ศาสนาต้องแยกอย่างเด็ดขาดกับเรื่องของการเมือง เศรษฐกิจ(Secularism) สำหรับอิสลามแล้วแนวคิดสุดโต่งดังกล่าวนำมาซึ่งความล้มเหลวของสังคม ทั้งสองแบบหนึ่งเน้นวัตถุนิยมเต็มที่ แต่ละเลยซึ่งคุณค่าทางศีลธรรมและจิตใจ
สำหรับอิสลามแล้วคือความสมดุลของวัตถุละจิตวิญญาณบนพื้นฐานของ “เอกภาพของพระผู้เป็นเจ้า”
ชายชรากับเสื้อที่ขาดวิ่น หญิงวัยกลางคนพร้อมลูกน้อยบนตัก อีกทั้งเด็กในวัยควรที่จะได้เรียนหนังสือ ถือแก้วพลาสติกในมือ ภาพเหล่านี้ยังคงติดตาเขาเสมอ “ไม่รู้สินะ” ทำไมมันตรงข้ามกับสิ่งที่เขาเรียนมาเลย สิ่งที่เขาเห็นมันฟ้องว่าการแก้ปัญหามันล้มเหลว แต่ดูเหมือนว่าโลกของเราทุกวันนี้กำลังเดินไปตามแนวคิดดังกล่าว
เขาละสายตาจากภาพเบื้องหน้า หยิบหนังสือที่ติดมาด้วยเปิดอ่าน “ศาสตราจารย์ Laski ผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองของอังกฤษได้กล่าวว่า หากจะวิเคราะห์กันแล้วระบบการผลิตแบบทุนนิยมในปัจจุบันมีข้อเสียทุกแง่ทุกมุม… ระบบการผลิตแบบนี้ทำให้สังคมส่วนหนึ่งเกาะกินสังคมอีกส่วนหนึ่ง และมันจะทำลายโอกาสที่จำทำให้มนุษย์ได้มีชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย”[1]
“ค่าโดยสารด้วยคับ ค่าโดยสารคับ“เสียงชายวัยกลางคนดังมาจากตรงช่วงกลางของรถ พร้อมกับเบียดตัวผ่านช่องว่างระหว่างคน ในมือมีวัตถุทรงกระบอก
เขาละสายตาจากตัวอักษรบนกระดาษปิด หยิบเหรียญ 10 บาท ในกระเป๋าเสื้อ เตรียมจ่ายให้เจ้าของเสียงนั้น
รถเมล์วิ่งได้มาครึ่งทางแล้ว ผู้คนเริ่มบางตาลง เขามองไปยังด้านหน้าของรถ เห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่งนั่งด้วยกัน เขาเห็นสองคนนี้มาตั้งแต่ป้ายรถเมล์ที่สองถัดจากที่เขาขึ้นแล้ว ศีรษะของหญิงสาวซบที่ไหล่ของชายหนุ่ม ที่หูของทั้งสองคนมีหูฟังสีขาว เขาละสายตาจากสิ่งดังกล่าว “ปัญหาที่สำคัญยิ่งในปัจจุบันของสังคมในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างหญิงสาวและชายหนุ่มนั้นอยู่ตรงไหน ? มันส่งผลต่อปัญหาสังคมไหม ?” เขานึกในใจ
รถเมล์วิ่งมาถึงถนนสายสำคัญแห่งหนึ่งในเมืองหลวง รถราที่น่าจะวิ่งได้เร็ว กลับช้าเหมือนเต่าคลาน แสงแดด ก่อนเที่ยงวันเริ่มแผดกล้ามากขึ้น ตำรวจจราจรยืนยกมือซ้ายขวาทำหน้าที่อยู่ตรงสี่กลางแยก ควันดำจากรถเมล์อีกคัน ข้างๆทำให้เขาต้องเอามือปิดจมูก เขามองออกไปยังนอกตัวรถทางขวามือ เห็นสิ่งก่อสร้างอะไรบางอย่างตั้งตระง่านอยู่กลางถนน รอบๆมีไม้ประดับสวยงาม ตรงกลางมีพานวางอยู่บนฐานสูง ล้อมด้วยเสาคล้ายปีกนก สี่ต้น รุ่นพี่ที่มหา’ลัยเคยบอกเขาว่า สิ่งนี้มันเป็นสัญลักษณ์ของการปกครองระบอบประชาธิปไตยของเมืองขวานทองนี้ “อืม ดูยิ่งใหญ่นะ” เขานึกใจ
ดูเหมือนว่าระบบโลกในปัจจุบันกำลังขับเคลื่อนเดินทางไปยังจุดหมายที่เรียกว่าประชาธิปไตยกันมากมาย ต่างคิดกันว่านี่คือระบอบที่ดีแล้วในขณะนี้ ประเทศอันธพาลอ้างประชาธิปไตยอยู่เสมอในการเข้าไปปล้นทรัพยากรของประเทศอื่น
เขาละสายตาจากวัตถุสัญลักษณ์ดังกล่าว หยิบหนังสือที่ติดตัวมาเปิดอ่าน ฆ่าเวลา ไม่อยากเอาสายตาไปมองสิ่งที่ไม่อยากมองเบื้องหน้า เสียงยวดยานยังคงดังแข่งกันไม่หยุด การเดินทางของผู้คนริมถนน ต่างรีบ ต่างเร่ง ดูเหมือนต่างคน ต่างมีเป้าหมายเบื้องหน้าบางอย่าง บางคนกลับเดินเชื่องช้า สองมือล้วงกระเป้า เชิดหน้ามองสูง บนม้านั่งมีบางคนกางและจ้องมองกระดาษสี่เหลี่ยมที่มีตัวอักษรมากมาย บ้างก็นั่งไขว้ห้างมองคนอื่นเดินทางไปมา
เขาพลิกอ่านกระดาษไปเรื่อยๆ
ความเป็นประชาธิปไตยในอิสลามนั้นมีพื้นฐานมาจาก อำนาอธิปไตยที่มาจากพระผู้เป็นเจ้า มิใช่จากปวงชนหรือเสียงส่วนใหญ่ หรือการทำสัญญาร่วมกัน ปัจเจกชนในสังคมอิสลามมีสิทธิเท่าเทียมในการมีกันทางการเมืองโดยมีตัวแทน(คอลีฟะฮ์) เป็นผู้นำในทางการเมืองภายใต้อธิปไตยแห่งพระผู้เป็นเจ้า รัฐบาลปกครองปวงชนโดยยึดหลักกฎที่มาจากพระผู้เป็นเจ้า ในขณะที่รัฐบาลแบบโลกานิยมจะยึดความพึงพอใจภายใต้ปวงชนข้างมาก สิ่งที่ตามมาคือ ความไม่เท่าเทียมเพราะกฎที่สร้างขึ้นเอง ความเหลื่อมล้ำระหว่างชั้น เสียงของอีกกลุ่มหนึ่งอาจจะเบา หรือ ดังกว่าของอีกกลุ่มหนึ่ง
ความรับผิดชอบในการบริหารจัดการบ้านเมืองของรัฐบาลในแบบรัฐอิสลามอยู่ในความรับผิดชอบของ amir (leader) เปรียบได้กับประธานาธิบดีหรือนายกรัฐมนตรีในรูปแบบการปกครองของตะวันตก นอกจากมี amir แล้วยังมีสภาที่ปรึกษา(advisory council) ซึ่งถูกเลือกมาจากปวงชนเพื่อทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ ให้คำแนะนำแก่ amir ในส่วนของประชาชนมีสิทธิในการวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำรัฐบาลและคณะได้เต็มที่ อีกทั้งการแสดงออกทางความคิดเห็นในเรื่องสาธารณะต้องมิได้ถูกจำกัดภายใต้กฎหมายและคุณธรรมจริยธรรม
รถเมล์วิ่งมาถึงปลายทางที่ของต้องการแล้ว สองเท้าพาเขาก้าวลงจากรถ พร้อมกับคนอื่นสีห้าคนที่ลงมาพร้อมเขา เด็กหญิงมีพ่ออุ้มลงจากรถพร้อมแม่เดินตามหลัง สามพ่อแม่ลูกมองซ้ายขวา เดินข้ามถนนไปยังฝ่ายตรงข้ามที่ต้นมะขามปลูกเรียงรายรอบสนาม เขายื่นมองสามชีวิต พลันก็คิดถึงคนที่บ้านที่เขาจากมา ปานนี้ท่านทำอะไรอยู่หนอ เขาไม่ได้โทรหาที่บ้านบ่อยหนัก ก็เขาไม่มีมือถือ ต้องโทรตามตู้สาธารณะ เขาเดินข้ามถนนไปยังฝั่งสนามเพื่อเดินข้ามสนามไปยังอีกฝั่งอันเป็นจุดหมายที่เขาต้องการไปในวันนี้ เมื่อเดินถึงกลางสนามที่มีต้นมะขามปลูกเรียงรายรอบสนามใหญ่ ทางซ้ายมือของเขา มีสิ่งปลูกสร้าง มองเห็นหลังคา เจดีย์ สะท้อนแสงระยิบระยับ
“นี่สินะ สัญลักษณ์ของผู้ปฏิเสธศรัทธา ทำไมหนอ บางคนจึงมองไม่เห็นความยิ่งใหญ่ สิ่งต่างๆ มากมายทั้งจักรวาล เหตุใดไม่พิจารณามัน” เขานึกในใจ
“มีสัญลักษณ์มากมายในชั้นฟ้าและแผ่นดินที่พวกเขาผ่านพบ โดยพวกเขาเมินหนี (ยูซุฟ 105)”
การมีชีวิตของเราเป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่ได้รับจากพระผู้เป็นเจ้า อีกทั้งพระองค์ยังมอบสติปัญญาเพื่อการใคร่ครวญในความยิ่งใหญ่ของพระองค์ นอกจากนี้แล้วพระองค์ยังมอบ ย่าม ให้เราใช้เป็นสัมพาระในการเดินทาง ย่ามใบนี้มีทุกอย่างให้เราเลือกสรรนำมาใช้ในการเดินทาง ตั้งแต่เริ่มมีชีวิตเกิดมา จนกระทั่งหมดลมหายใจ ย่ามใบนี้สามารถสร้างสันติภาพแก่สังคมมนุษย์ที่ถาวรและมั่นคง ย่าม MALSI
“คอลิด รอเรานานไหม ต้องขอโทษด้วยพอดีรถมันติดมากเลย” “ไม่เป็นไรหรอก เราก็นั่งอ่านหนังสือไปเรื่อยๆ” “หนังสืออะไรเหรอ” “ตอนนี้เราหิวแล้ว เราไปหาอะไรกินแถวตลาดริมน้ำกันดีกว่า มีข้าวหมกอร่อยร้านหนึ่ง”
ทั้งสองเดินลัดเลาะไปตามทางหลังมหา’ลัยริมน้ำ ท่ามกลางผู้คนที่เดินขวักไขว่
สะพายย่ามเดินทางโดย ดินสอสีดำกับยางลบสีขาว
[1] เอ็ม อับดุลมันนาน,เศรษฐศาสตร์อิสลาม,แปลโดย บรรจง บินกาซัน,(กรุงเทพฯ:อิสลามิคอะเคเดมี่,2550),หน้า 20 November 16 The RoseThe Rose Artist : Westlife
|
|
|